Solar Eclipse Is Bad Omen?

ชักสงสัยว่าสุริยุปราคราที่เขาว่าเป็นลางร้าย จริงป่าวน้อ ปีนี้อเมริกาโดนเฮอริเคนหนัก ๆ หลายลูก เริ่มจาก Harvey ที่ทำให้น้ำท่วมฮิวสตันและเมืองใกล้เคียงแบบว่าทุกบ้านต้องนั่งลุ้นว่าน้ำจะท่วมมั้ย

ตามด้วย Irma ที่ทำให้อพยพกันวุ่นวายไปทั้งฟลอริดา ตามมาด้วย Maria ที่ทำให้เปอโตริโกไฟดับทั้งเกาะ เขาว่าจะดับไปอีกเป็นอาทิตย์ คิดแล้วสงสารจริง ๆ ตอนเฮอริเคน Ike ที่ทำให้ฮิวสตันไฟดับไปทั้งเมือง บ้านเราดับตั้งสองอาทิตย์ ผ้ากองเต็ม ไม่มีเครื่องซัก กับข้าวในตู้เย็นต้องทิ้งหมด ส่วนที่อยู่ในฟรีสเซอร์ค่อย ๆ ทยอยเอาออกมาปิ้งเป็นบาร์บีคิวบนเตาถ่าน หลังจากนั้นเลิกกินบาร์บีคิวไปหลายเดือน

วันนี้ไปหาคุณหมอกอฟฟ์ นัด follow-up ที่โลหิตจางเพราะเมนส์มาเยอะจัด คุณหมอกอฟฟ์บอกว่าหมอก็เป็น หลังคลอดลูกคนเล็ก มาหนักขนาด Texas Chainsaw Massacre เปรียบเทียบซะเห็นภาพ ต้องกินธาตุเหล็กเสริมแล้วมาตรวจใหม่อีกหกสัปดาห์

จริง ๆ ผ่านไปแปดสัปดาห์แล้วแหละ ตอนหกสัปดาห์มาไม่ได้ ถ้าจะมาคลินิกคุณหมอต้องนั่งเรือมา น้ำท่วมแถวนั้นแบบน่ากลัวมาก น้ำท่วมถนนแบบสูงมิดหัว ดีที่คลินิกคุณหมออยู่ชั้นสาม วันนี้ต้องขึ้นบันไดเพราะลิฟต์เสียตอนน้ำท่วมชั้นใต้ดินของตึก ดีที่ชั้นใต้ดินเป็นปูน ไม่ได้มีตกแต่งภายในให้เสียหายมาก

พายายกับเด็ก ๆ ไปส่งไว้ที่ร้านป้าสมจิตต์ ยายทำกับข้าวเยอะแยะไปฝากป้า ๆ ทั้งสามเพราะบ้านป้าถูกน้ำท่วม กำลังอยู่ในระหว่างซ่อม ทำกับข้าวไม่ได้ ฝุ่นในบ้านก็เยอะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปมาแล้วรอบนึง เด็ก ๆ ชอบใจที่ยายสมพิศเอาโซฟามาไว้นอกบ้าน ป้าเอามาวางทิ้งเพราะโดนน้ำท่วม แต่เด็ก ๆ ชอบใจมาก ออกไปนั่งโซฟาชมวิวนอกบ้าน ชอบใจจนไม่อยากกลับบ้านเพราะว่าไม่เคยเห็นโซฟาอยู่นอกบ้านมาก่อน เด็ก ๆ ชอบที่สุดคือ new experience ตามวัยของเขาที่ชอบอะไรก็ได้ที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ต่างกับวัยของเราที่ชอบอะไรที่มันเดิม ๆ ซ้ำ ๆ

ยายทำอาหารเยอะ อบอาหารเยอะแยะ เตาพังอีกแล้ว ดีที่ซื้อประกันกับช่างซ่อมเตาของจีอีไว้ ช่างคนนี้มาบ้านเราบ่อยมากเพราะเตาบ้านเราเสียบ่อยมาก เขาบอกว่าไม่เคยเห็นเตาบ้านไหนเสียเท่าบ้านนี้ ก็คงจริง เพราะคนที่ซื้อเตารุ่นนี้คงไม่ใช่คนที่จะทำกับข้าวทั้งวันจนเตาพัง แต่ว่าจริง ๆ จีอีออกแบบห่วยเอง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านทุกอย่างใช้งานหนักทั้งนั้นเพราะอยู่บ้านกันทั้งวัน ตู้เย็นที่บ้านก็ใช้งานหนักมากยังไม่เห็นพัง เครื่องซักผ้า อบผ้า นี่ก็ใช้งานเยอะมาก ไม่เห็นพัง

วันนี้เป็นการเจอคุณหมอกอฟฟ์ที่เร็วที่สุด คุยกันไม่ถึงห้านาที บอกคุณหมอว่าคงหายดีแล้วเพราะวิ่งขึ้นบันไดมาไม่รู้สึกเหนื่อยหอบ คุณหมอบอกว่าดี แต่เจาะเลือดเอาไปสามหลอดอยู่ดี

บอกคุณหมอกอฟฟ์ว่าให้ช่วยหาช่างซ่อมบ้านที่ไว้ใจได้ให้คุณหมอแฟนหน่อย เพราะบ้านคุณหมอแฟนโดนน้ำไปสองฟุต คุณหมอกอฟฟ์คิดสักพักบอกว่ามีคนไข้ที่รู้จักมานานเป็นคนในวงการก่อสร้าง เดี๋ยวจะจัดการให้

รักคุณหมอกอฟฟ์ที่ซู้ด ดีใจที่สุดที่ไม่ต้องย้ายเมือง ถึงจะต้องหนีเฮอริเคนกันทุกสี่ห้าปีก็ยอม

 

Advertisements
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

The Best Vacation Plan … Cancelled

อุตส่าห์วางแผนการเดินทางไปฟลอริดาอย่างดิบดี เขียนเป็นรายการราวกับเป็นบริษัททัวร์ พี่รีย์บอกว่าวันหลังขอไปด้วยคน

รายการที่จัดไว้ ดังต่อไปนี้

9 กย 2017

ออกจากบ้านเวลา 10:00 น. ถึงสนามบินบุช เอารถจอดที่ที่จอดรถระยะยาว นั่งรถบัสไปเทอร์มินอล A 

เที่ยวบิน Spirit Airlines เที่ยวบินที่ 832 จาก Houston – Orlando เครื่องกำหนดออกเวลา13:27 น ถึง ออแลนโดเวลา 4:50 น ตามเวลาท้องถิ่น (เร็วกว่าฮิวสตันหนึ่งชั่วโมง)

นั่งรถ shuttle bus เข้าพักโรงแรม Embassy Suites Airport Orlando มีอาหารเย็น

10 กย 2017 

กินข้าวเช้า นั่งอูเบอร์จากสนามบินไปลงที่ท่าเรือ Port Canaveral เพื่อลงเรือ Oasis of the Seas ได้ห้องพักห้อง 6543 มีเตียงสองขั้นสองเตียง

13 กย ขึ้นท่า Sint Maarten (เมืองขึ้นของเนเธอร์แลนด์) 

14 กย ขึ้นท่า San Juan เปอร์โตริโก (เมืองขึ้นอเมริกา)

15 กย ขึ้นท่า Labadee ประเทศเฮติ 

17 กย ขึ้นฝั่ง เช่ารถจากท่าเรือขับไป Legoland ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงสี่สิบห้านาที เข้าพัก รรเลโก้แลนด์ เที่ยวเลโก้แลนด์ ซื้ออาหารเย็นจากซุปเปอร์ฝั่งตรงข้ามเลโก้แลนด์

18 กย ทานอาหารเช้าที่ รร เลโก้แลนด์ เที่ยวเลโก้แลนด์ อาหารค่ำซุปเปอร์

19 กย ทานอาหารเช้าที่ รร เลโก้แลนด์ เที่ยว Science Museum ที่ออแลนโด้ อาหารค่ำซุปเปอร์แพ็คกระเป๋าลงท้องเครื่องหนึ่งใบ แครี่ออนได้ถึงสี่ใบ เป้ได้ถึงสี่ใบ

20 กย ทานอาหารเช้าที่ รร เลโก้แลนด์ เก็บของออกจาก รร เลโก้แลนด์ ขับรถไปแทมป้า ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เด็กแห่งเมืองแทมป้า จนถึงเวลา 14:30 น ขับรถมาคืนที่สนามบินแทมป้า นั่ง shuttle bus เพื่อมาขึ้นเครื่องบิน United Airlines เที่ยวบิน 516 ออกเวลา17:16 น ถึงเวลา 18:34 น นั่งรถ shuttle bus จาก Terminal C มาที่ที่จอดรถ ขับรถกลับบ้าน ถึงบ้านราว 20:00 น

แต่เจอเฮอริเคน Irma ทีเดียว แผนการทั้งหมดล้มเลิก สนามบินออแลนโดประกาศปิดวันที่ 9 ตอนบ่าย สายการบิน Spirit Airlines ยกเลิกเที่ยวบิน คืนเงินให้

โรงแรม ไม่ได้จองไว้ล่วงหน้าเพราะกะว่าจองเมื่อไปถึงก็ทัน ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว และไม่ได้มีอะไรพิเศษ เช่น สุริยุปราคราที่จะเกิดเหตุการณ์โรงแรมเต็มทุกห้องทั้งเมือง รอดไปไม่ต้องยุ่งเรื่องโทรไปขอ refund

เรือครูซ เปลี่ยนวันเดินทางจากวันที่ 10 เป็นออกท่าวันที่ 13 ถ้าใครไปไม่ได้จะคืนค่าภาษีท่าให้ แต่ค่าโดยสารไม่คืนให้เป็น cruise credit แทน ไม่เกี่ยวกับซื้อประกันการเดินทางมั้ย เพราะประกันการเดินทางไม่ครอบคลุม act of God คือภัยธรรมชาติทั้งหลายประกันไม่จ่าย

รร เลโก้แลนด์มี hurricane policy ว่า ถ้าเกิดเฮอริเคนภายในเจ็ดวันขอยกเลิกได้เงินคืนเต็ม โชคดีที่ได้เงินคืน ไม่ใช่ได้เป็นเครดิตแบบเรือครูซ เพราะไม่ได้ซื้อในอัตรายกเลิกการจองแล้วได้เงินคืนที่ต้องเสียเพิ่มอีก ด้วยความมั่นใจว่าจะไปแน่นอน

สายการบินยูไนเต็ด บอกให้เปลี่ยนเที่ยวบินได้ฟรี แต่ไม่รู้จะไปไหน ยอมทิ้งตั๋ว

เด็ก ๆ ไม่เสียใจที่ไม่ได้ไปเที่ยว เด็ก ๆ รู้สึกว่าเพิ่งได้ไปเที่ยวมา ไปซานอันโตนิโอได้หกวัน เที่ยวพอแล้ว กลายเป็นว่าเฮอริเคนนึงได้เที่ยวฟรี (ฟรีจริง ๆ บริษัทจ่ายค่าโรงแรม) อีกเฮอริเคนนึงเสียตังค์ (บางส่วนที่ขอ refund ไม่ได้) แล้วไม่ได้เที่ยว ตอนนี้เลยไม่วางแผนเที่ยวกันละ รอให้หมดฤดูเฮอริเคนก่อน

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

The Tales of the Two Hurricanes

เด็ก ๆ สนุกสนานกับการหนีเฮอริเคน คิดว่าเป็นการมาเที่ยว และดีใจมาก ๆ ที่พ่อมาด้วย นานทีปีหนพ่อถึงจะไปเที่ยวด้วย ได้ไปเจอญาติที่เป็นฝรั่ง นานทีปีหนอีกเหมือนกันลูกถึงได้เจอญาติข้างพ่อ

ไหน ๆ ไปถึงซานอันโตนิโอ ญาตินัดเจอซะเลย ไปเจอกันที่ Riverwalk สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของซานอันโตนิโอ นั่งเรือชมประวัติศาสตร์ เด็ก ๆ ไม่ค่อยสนใจเรือเท่าไหร่ สนใจคุยกับป้าไดแอนมากกว่า ความจริงเขาต้องเป็นย่าไดแอน แต่ทำเนียน ๆ ให้ทอมเรียกเขาว่าไดแอนเฉย ๆ แล้วให้เด็ก ๆ เรียกเขาว่าป้า

 

ป้าไดแอนของพ่อ

 

ชมเมืองเสร็จแล้วให้ทิปด้วยนะหลานป้า (ย่า)

อยู่ซานอันโตนิโอนานกว่าที่คาด ทางการบอกว่ากลับได้ เอสเตอร์ที่อพยพไปแค่ไม่กี่ไมล์ กลับมาถึงบ้านก่อน ส่งเมสเสจบอกเราว่ากลับได้แล้ว แต่ทั้งซานอันโตนิโอไม่มีน้ำมันจะเติม เลยต้องอยู่ต่อ เสื้อผ้าก็ไม่ได้เตรียมมาเยอะ หยิบฉวยอะไรได้ก็รีบ ๆ ยัดลงกระเป๋า ไม่คิดว่าจะอยู่ตั้งหกวัน นึกว่าสองสามวัน ซักผ้าเอาที่โรงแรม จริง ๆ สี่วันก็กลับได้แต่เพราะหาน้ำมันไม่ได้ทั้งเท็กซัสเลยแหละ ทำให้ต้องอยู่โรงแรมที่ซานอันโตนิโอต่อไปก่อนจนกว่าจะหาน้ำมันเติมได้

บ่นกะพี่รีย์ว่า ชักจะเบื่ออาหารโรงแรม ซ้ำ ๆ เหมือนเดิมทุกวันทั้งเช้าเย็น พี่รีย์บอกว่า สบายแล้วยังบ่นอีก เราเลยต้องหยุดบ่น เพราะสบายจริง ๆ ยายก็บอกว่าไม่มีไรทำเอาซะเล้ย ไม่ต้องทำกับข้าว เช้าเย็นลงไปกินที่ห้องอาหารเหมือนไปเรือครูซ

ไดแอนบอกทอมว่าที่ Buc ee’s  ที่ Luling มีน้ำมัน ถึงได้ขับมาเติมเอาที่นั่น แล้วก็มีน้ำมันจริง ๆ รถค่อนข้างติดเพราะถนนปิดหลายสาย ถนนเส้นใหญ่ ๆ ยังจมน้ำ

กลับมาถึงบ้านยุ่งมาก ๆ เก็บข้าวของ ซื้อกับข้าว น้ำมันยังไม่มีเติม แต่ที่เติมมาจาก Luling ก็ยังพอใช้

หมดจากเฮอริเคน Harvey คราวนี้เจอ Irma บอกว่าจะเข้าฟลอริดา ยุ่งเลย เป็นช่วงเวลาที่เราอุตส่าห์วางแผนเที่ยวฟลอริดาไว้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ขึ้นเครื่องบินไปออแลนโดลงเรือ Oasis ที่เด็ก ๆ ยังไม่เคยไป แวะท่าที่ไม่เคยแวะ แล้วขึ้นมาก็ขับรถมาเลโก้แลนด์ แล้วมาคืนรถแล้วกลับที่แทมป้า

วางแผนอย่างดิบดี เจอเฮอริเคน Irma เข้าทีเดียวต้องวิ่งวุ่นทวงตังค์คืนจากสายการบิน จากโรงแรม จากเรือครูซ จากรถเช่า แต่ละแห่งก็รอสายนานมากเพราะคนโทรไปขอแคนเซิลกันเยอะมาก ส่วนโรงแรมเลโก้แลนด์นี่ปิดหนีพายุ เขียนบนเว็บไซต์เลยว่าจะคืนตังค์ให้แต่ตอนนี้ขอปิดออฟฟิศหนีพายุก่อน แล้วค่อยโทรมาวันหลัง

ดีเหมือนกันที่ไม่ได้ไปเพราะเด็ก ๆ ก็ไม่ค่อยอยู่ใน mode ที่อยากเที่ยวเท่าไหร่ แกรนท์ยังถามซะอีกแน่ะว่าเมื่อไหร่จะได้เจอป้าไดแอนอีก สงสัยว่าติดใจอะไรป้าไดแอน วันนี้แกรนท์บอกว่าแม่ไปซื้อไอติมแซนวิชแบบที่ป้าไดแอนพาไปกินอีกได้มั้ย อ้อ เพราะป้าไดแอนรู้ใจเด็ก พาไปกินร้าน Rainforest Cafe ที่เด็ก ๆ ไม่เคยไป ได้กินไอติมแซนวิชที่ไม่ค่อยได้กิน

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Rain, rain, go away

กลับมาจากดูสุริยุปราคา วันพุธ วันพฤหัสทอมยังลาหยุดต่อ พาลูก ๆ ไปเที่ยวนาซ่าที่เด็ก ๆ บ่นว่าไปตอนปิดเทอมคนเยอะ เปิดเทอมอาทิตย์แรกรีบพาไปทันทีที่มีโอกาส เด็ก ๆ น้อยจริง ๆ คนน้อยมาก ๆ เด็ก ๆ เล่นได้ทุกอย่างที่อยากเล่น


กลับบ้านมา เตรียมตัวออกไปซื้อของเตรียมรับมือเฮอริเคน Harvey ไปโฮลฟู้ดก่อน คนเยอะทีเดียว แวะแรนดอลล์ คนเริ่มเยอะมาก น้ำดื่มไม่เหลือเลย เหลือแต่น้ำดื่มแบบหรู ๆ ไม่เป็นไร กวาดมาก่อน คนยังไม่เยอะมาก


จากแรนดอลส์มาต่อที่โครเกอร์ โห คราวนี้คนเยอะมากกกกก น้ำดื่มน่ะหมดไปนานแล้วเหมือนที่แรนดอลส์ แต่ว่าคิวจ่ายตังค์ยาวเหยียด ดีว่ามาคนเดียว ชิลล์ ๆ แต่ก็ต้องยอมเข้าคิวเพราะอาหารหมดสต๊อกจากที่ไปแนชวิลล์มาแล้วยังไม่ได้ซื้อกับข้าวเพิ่ม

วันศุกร์ เริ่มตุนกะเขามั่งหละ จริง ๆ ก็ไม่คิดนะว่าเฮอริเคนจะร้ายแรงอะไร เขาว่าจะฝนตกหนักตกนานพอ ๆ กับพายุโซนร้อน Allison เราว่า คงไม่มั้ง แต่ไหน ๆ จะออกบ้าน แวะซื้อกับข้าวซะให้เสร็จ ๆ ไป

สามแม่ลูกไปตัดผม ยายไปจัสโก้ซื้อกับข้าว ซื้อสบาย ไม่มีหลานมาช่วยป่วน ได้ของมาเต็มรถเพราะยายชอบช้อปที่นี่ ฝนยังไม่ตก ไปต่อที่โฮลฟู้ดซื้อคุกกี้ที่แกรนท์ชอบมาอีกสองกล่อง กลับบ้านมาพร้อมอาหารสดเยอะแยะมากมายไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีกินไปอีกหนึ่งอาทิตย์แน่นอนยายทำกับข้าวยกใหญ่  เด็ก ๆ ออกไปย่ำน้ำฝนกับพ่อสนุกสนาน กลับมาเรานี่อยากเป็นลม ให้ถอดเสื้อผ้าไว้หน้าบ้าน อุ้มเด็กมาลงอ่างอาบน้ำ โยนเสื้อผ้าเข้าเครื่องซักผ้า

พอกลับมา ฝนเริ่มตกละ ตกหนักมาก เช้าวันเสาร์ตื่นมา ระดับน้ำในคลองหลังบ้านสูงอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน เด็ก ๆ ไปเล่นสนามเด็กเล่น ตากฝนสนุกสนาน กลับมาสกปรกเท่าเมื่อวาน

วันอาทิตย์ ตื่นมา ระดับน้ำในคลองลดลง แต่สักพักฝนตกหนักแบบฟ้ารั่ว น้ำค่อย ๆ สูงขึ้น เริ่มน่าห่วงหละ ดูข่าวก็มีแต่บ้านโน้นบ้านนี้น้ำท่วม ดูแล้วจิตตกกว่าเดิม แต่ทีวีก็ย้ำ ๆ ว่าให้อยู่ในบ้าน ถ้ายังพออยู่ได้อย่าออกมานอกบ้าน อันตรายกว่า เกาะหลังคาบ้านอันตรายน้อยกว่าขับรถตกคลอง

พอวันจันทร์หลายหมู่บ้านใน Fort Bend County ถูกสั่งอพยพ แต่โซนเรายังเป็นแค่ให้เฝ้าระวัง ไม่จำเป็นต้องอพยพ แต่พอสายเริ่มเปลี่ยนเป็นเพิ่มหมู่บ้านข้าง ๆ คราวนี้จัดกระเป๋าเตรียม ๆ ไว้มั่ง แต่ก็ยังคิดว่าถ้าเขาไม่สั่งก็ไม่ไปเพราะกลัวติดค้างบนถนน เข็ดจากตอนหนีเฮอริเคนริต้า ตอนนั้นมีหมาที่เรียบร้อยนั่งคิ้วตก ยอมรับชะตากรรมนั่งรถร้อน ๆ มาสองคืนหนึ่งวันยังเหนื่อยแทบแย่ ถ้าลูกต้องมาติดฝนลูกคงไม่นั่งเรียบร้อย อดทน ย่นคิ้วอย่างเจ้าแม็คแน่ ๆ

คิดว่าไม่น่าต้องไปเพราะคลองหลังบ้านถึงจะดูน้ำเต็มคลองแต่ยังเหลืออีกเจ็ดฟุตถึงจะถึงบ้าน บ้านที่อยู่ทางด้านท้ายคลองมีระดับพื้นที่ต่ำกว่านี้ คิดว่าถ้าบ้านพวกนั้นยังไม่ท่วม บ้านเราก็ไม่ท่วมหรอกมั้ง ทางนั้นระดับพื้นที่ 59 ฟุตเหนือน้ำทะเล บ้านเรา 64 ฟุต ที่รู้เพราะเพื่อนร่วมงานคนนึงเขาเคยจะซื้อบ้านตรงท้ายคลอง วางมัดจำไปหลายพันแล้วด้วย แล้วเขาไปเจอแผนที่ว่าตรงไหนพื้นดินสูงจากปากคลองเท่าไหร่ เขาบอกว่าของเราสูงกว่าปากคลองห้าฟุต ตรงนั้นอยู่เท่าระดับปากคลอง เราก็ยังบอกเค้าเลยว่า เราไม่เคยเห็นระดับน้ำสูงใกล้ถึงปากคลอง แต่ดีที่เค้ากลัว ยอมเสียตังค์ค่ามัดจำหลายพัน แล้วก็ทำให้เรารู้ว่าตรงบ้านเราสูงกว่าปากคลองห้าฟุต

พอตอนบ่ายหมู่บ้านเราถูกสั่งอพยพ คราวนี้ละหยิบฉวยอะไรได้รีบเผ่น เพราะตำรวจจะพาออกทางเส้นทางที่น้ำยังไม่ท่วม ณ ขณะนั้นน้ำท่วมเกือบหมดทุกถนน แม้แต่จะออกจากหมู่บ้าน ถนนหลักท่วมไปแล้ว ทอมขับรถย้อนกลับมาทางด้านหลังติดกับอีกหมู่บ้าน เจอรถที่เขาเป็นคนหมู่บ้านนั้นนำออกด้านหลังของหมู่บ้านเขา ตามตำรวจที่มาทางถนนใหญ่ไปขึ้นไฮเวย์ ไม่เจอน้ำบนไฮเวย์จริง ๆ อย่างที่ทางการรับรองว่าถ้ารีบออกภายในเวลาที่เขาสั่ง ถนนยังไม่ท่วม ขับมาจนถึงซานอันโตนิโอ ฟ้าใส แดดแจ๋

 

หนีเฮอริเคน ได้มาเที่ยว Doseum

 

เล่นทรายที่ Aquarium 

 

 

 

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Celestial Blessings

The great American eclipse ของหายากที่วางแผนล่วงหน้าสองเดือน ทันทีที่อ่านข่าวเจอว่ากระทรวงคมนาคมขอความร่วมมือให้วางแผนซ่อมถนนหลวงให้เสร็จ หรือหยุดซ่อม ในช่วงวันสุริยุปราคา เพราะจะมีรถจำนวนมากบนถนนหลวงเส้นทางมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ที่มองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวง รู้สึกว่ากระทรวงเขาวางแผนล่วงหน้าดีจัง เริ่มมองหาโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ทันทีที่อ่านข่าวเจอ อย่างแรกต้องดูก่อนว่าเส้นทางเงาดำร้อยเปอร์เซ็นต์พาดผ่านเมืองไหนบ้าง แปลกจริง ๆ ที่พาดผ่านเมืองเล็ก ๆ มีเมืองที่นั่งเครื่องบินต่อเดียวแค่สองเมือง Nashville กับ St. Louis ตกลงใจไป Nashville เพราะยังไม่เคยไปและอยากไปดู Parthenon จำลอง

แถวบ้านจะเห็นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ที่แอตแลนต้าเห็น 97% ต้องขับรถขึ้นเหนือไปอีกถึงจะเห็นแบบเต็มดวง กูเกิลดู เขาว่าเจ็ดสิบหรือเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ไม่ต่างกันมาก แต่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์กับร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างกันมาก คำนวณแล้ว คุ้มค่ากับการเสียตังค์แพงกว่าเดินทางไปแนชวิลล์โดยไม่มีสุริยุปราคาสองสามเท่า แต่ถ้าไม่มีสุริยุปราคาก็ไม่รู้จะไปทำไมนะ เพราะเราก็ไม่ได้ชอบ country music

ถามทอมว่าจะไปกี่วัน ทอมถามว่าเอาลูกไปด้วยเปล่า เราคิดแล้วไม่เอาไปดีกว่า ไปแล้วเราก็ต้องคอยห่วงลูกให้ใส่แว่น ห้ามถอด วุ่นวายไม่เป็นอันดู ค่อยพาไปตอนสุริยุปราคาครั้งหน้า อีกเจ็ดปีผ่านใกล้บ้านหน่อย ทอมบอกว่าถ้าไม่เอาลูกไปก็ไปนาน ๆ หน่อยสิ โห ปรกติไม่เคยเห็นไปเที่ยว ที่แท้ขี้เกียจเปลี่ยนที่เลี้ยงลูก แต่ก็ดีเพราะไปกลับให้ห่างช่วงวันสุริยุปราคาหน่อยตั๋วเครื่องบินถูกกว่าเยอะ

ตอนจองตั๋ว คนคงยังไม่ค่อยรู้ข่าว ได้ตั๋วราคาพอใช้ได้ แต่โรงแรมเริ่มเต็ม เหลือให้เลือกไม่มาก หลายแห่งเต็มไปแล้ว ซึ่งก็ make sense นะ เพราะทุกคนที่มาดูก็ต้องนอนโรงแรมเอาชัวร์ ๆ ว่าให้มาถึงแล้วนอนรอดู ดีกว่าเสี่ยงดวงขับรถมาตอนเช้า เกิดเจอรถติดเข้าละอดดูเชียว ราคาแพงแต่ยอมสู้เพราะเกิดมาจนผมหงอกยังไม่เคยเห็นสุริยุปราคา ทอมบอกว่าทอมก็ไม่เคย 

แต่ถึงจองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วโรงแรมแล้ว ก็ต้องลุ้นอีกว่าจะ overbook รึเปล่า และที่สำคัญไม่มีการการันตีเลยว่าไปถึงแล้วจะมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวง เกิดวันนั้นมีเมฆมาก บังพอดี อดดูแถมไม่ได้เงินคืนอีก

เช้าวันอาทิตย์ตื่นก่อนไก่โห่ ทอมถามว่าทำไมเลือกไฟลท์เช้านัก เราบอกว่ามันถูก และที่สำคัญต้องรีบไปให้ชัวร์ ๆ ว่าได้ห้อง เผื่อโรงแรม overbook ทอมบอกจริง เพราะโดน overbook หลายหนเวลาไปแอตแลนต้า แต่ปรกติถ้า รร overbook เขาส่งเราไป รร อื่นในเครือ ส่วนมากก็อัพเกรดให้ด้วยไม่มีปัญหาเรื่องไม่มีที่พัก แต่ทริปนี้ไม่ได้ เพราะทุก รร เต็มหมด 

จอดรถที่จอดรถถูก ๆ ต่อแถว TSA precheck แถวสั้นแต่เพราะลืมถอดนาฬิกา และลืมเปลี่ยนเป็นนาฬิกาพลาสติกที่เหมาะกะการเดินผ่านเครื่องตรวจโลหะ เลยต้องรอคิวตรวจละเอียด คิวไม่ยาว ไปถึงนั่งรอหน้าเกต มีคนหน้าตาทรงภูมิเยอะมาก คนแก่ก็เยอะมาก ซึ่งก็น่าจะเป็นยังงั้น ถ้าแก่มากคงไม่อยากรอเจ็ดปีค่อยไปดูที่เท็กซัส วัยขนาดนั้นถ้าไม่รีบดูเดี๋ยวอดดู อย่าว่าแต่เจ็ดสิบอัพ เราสี่สิบอัพยังรู้สึกเลยว่าน่าจะเลยครึ่งชีวิตมาแล้ว ตอนเด็ก ๆ เคยอ่านหนังสือเรื่อง A Connecticut Yankee in King’s Arther’s Court ตอนที่แฮงค์บอกว่าจะทำพระอาทิตย์หาย อยากเห็นด้วยตา ไม่ได้อยากเห็นพระอาทิตย์หาย แต่อยากเห็นบรรยากาศ อยากสัมผัสด้วยตนเอง อยากมากพอที่จะยอมจ่ายราคาแพงโดยไม่รู้ว่าจะได้เห็นรึเปล่า

อารยธรรมทุกแห่งถือว่าสุริยุปราคาคือลางร้าย สมัยใหม่นี่ต้องเรียกว่าลางดี เงินสะพัดมาก ๆ คนขับอูเบอร์บอกว่าไม่ได้หยุดกันเลยตั้งแต่เช้า โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พากันเงินสะพัด แม้แต่ Oasis of the Seas ที่เราจะพาเด็ก ๆ ไปในอีกสามอาทิตย์ก็จัดทริปพิเศษไปดูสุริยุปราคากลางทะเล ราคาห้องแพงหูฉี่ แพงกว่าที่เราจะไปกับเด็ก ๆ สิบเท่า แยกเป็นสองทริป ไปเรือทริปนึง ไปไล่ล่าดูสุริยุปราคาอีกทริปนึงถูกกว่าเยอะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีอาชีพไปเที่ยวอย่างเรา เป็นอาชีพจริง ๆ ไม่ใช่พักผ่อน เพราะต้องวางแผนเยอะ ไม่ใช่ไปยืนกดโทรศัพท์อ่านกูเกิลว่าจะไปไหนโดยสองมือต้องจับลูกด้วย ไปเองคนเดียวแสนสบาย ต้องคอยหูตาสับปะรดดูว่าลูกทำอะไร กินอะไร วิ่งหายไปไหนป่าว 

บินมาถึง Nashville คนเยอะมาก ๆ มากกว่าวันอาทิตย์เช้าที่ปรกติจะเป็นเวลาที่สนามบินเงียบเหงา นั่งรอรถชัตเติลโรงแรมพักนึง เขาวิ่งทุกครึ่งชั่วโมง มาถึงฝากกระเป๋าไว้ แล้วไปนั่งเรือ General Jackson Showboat ชมเมือง Nashville ทางน้ำ คนแน่นมาก เต็มทุกโต็ะ ต้องกินอาหารสองรอบ รอบแรกกินเสร็จออกไปกราบเรือชมวิว รอบสองเข้าไปกินต่อ หันไปเห็นแต่ฝรั่งเกือบทั้งลำ คงมีแต่พวกฝรั่งที่ชอบดู Country music 

ขึ้นจากเรือ เดินไปฝั่งตรงข้าม มุ่งหน้าไปร้านเลโก้แต่ไม่เจออะไรดี ๆ ที่ลูกอยากได้ (ที่แม่ก็อยากได้) เลยกลับโรงแรมดีกว่า ไปรอกินอาหารเย็น นึกว่าจะดีกว่า รร โฮมวู้ด แต่ปรากฏว่าห่วยมาก แต่เครื่องดื่มใช้ได้ คนเยอะมาก ๆ แถวยาวเฟื้อย ไม่แปลกใจ เพราะ รร เต็มทุกห้อง คิดอยู่แล้วว่าต้องคนเยอะแน่ ๆ

วันจันทร์ ตื่นมาดูทีวี รอเวลา มองลงไปเห็นคนเริ่มมาปูเสื่อที่สนามหญ้าหน้าโรงแรม พอดีโรงแรมนี้สุดถนนพอดี นอนบนถนนหน้าโรงแรมได้เลย คนไม่เยอะมากเท่าที่คิด นึกว่าทุกคนจะรอดูที่ลานจอดรถซะอีก แต่เรานั่งดูทีวีในห้อง เปิดไปช่องไหนก็มีแต่ข่าวสุริยุปราคา ดูคึกคักน่าสนุก แม้แต่คนที่อยู่ฮิวสตันก็โพสต์รูปกันใหญ่ ราว ๆ เที่ยงครึ่ง ลงไปนั่งดู มีเมฆเป็นระยะ ๆ เริ่มลุ้นละว่าจะได้เห็นรึเปล่า 


ใกล้เวลาเต็มดวง อีกแค่ห้านาทีจะถึงเวลาที่เงาพระจันทร์บังพระอาทิตย์เต็มดวง แต่ไม่รู้สึกมืดเลย ยังรู้สึกสว่างเหมือนตอนเย็น เมฆบังมองไม่เห็น แต่พออีกสองสามนาทีลมพัดเมฆไปทางอื่น ยังไม่รู้สึกมืด จนเหลืออีกหนึ่งนาที เริ่มมืดลงอย่างรวดเร็ว จิ้งหรีดส่งเสียงร้อง แล้วก็เห็นแสงอาทิตย์หายไปอย่างรวดเร็วเหมือนดู timelapse video พระอาทิตย์ตก แสงมันหายไปกับตา พอถึงเวลาเป๊ะ ๆ ทุกคนโห่ร้อง ถอดแว่นตา มองขึ้นไปบนฟ้า ถ่าย selfie แป๊บเดียวก็เหมือนกับดู timelapse video พระอาทิตย์ขึ้น จิ้งหรีดเงียบไป แล้วทุกคนก็หายไปจากที่จอดรถ

ที่กูเกิลบอกว่าเก้าสิบเก้ากับร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างกันมาก เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หนึ่งเปอร์เซ็นต์หลังเป็นช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่รู้สึกได้ 

แป๊บเดียวเมฆมาอีก รู้สึกว่าเป็นลางดีที่ยืนตรงที่มองเห็นตอนพระจันทร์บังสนิท ถ้ายืนห่างไปอีกแค่สองร้อยเมตรก็อาจจะไม่เห็นเพราะมุมองศาของการมองอาจจะโดนเมฆพอดี จังหวะที่เราจะดูสุริยุปราคาเต็มดวงเป็นช่วงบังเอิญที่ยืนตรงจุดที่เห็น 

ไปกินข้าวที่มอลล์ คนเยอะกว่าวันจันทร์ที่เป็นวันโรงเรียนเปิดโดยทั่วไป กินอิ่มไปถึงเย็น กลับมานอนเล่นที่โรงแรม

วันอังคาร กินข้าวเช้าแบบชิลล์ ๆ คนไม่เยอะ หลายคนกลับทันทีหลังสุริยุปราคราจบ ไปเดินปาร์ค radnor หนึ่งรอบครึ่ง พอเดินมาถึงที่จอดรถตรงที่มีหลังคา ฝนก็ตกซู่ลงมาพอดี บังเอิญจริง ๆ

หรือไม่ใช่บังเอิญ?

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

The Universe Is Telling Us Something

ตั้งกะกลับมาจากไทย วุ่นวายไปพักใหญ่เพราะทอมบอกว่าจะไปรับตำแหน่งใหญ่ที่เวอร์จิเนีย เราบอกว่าไปคนเดียวนะ ฉันไม่ไปด้วยนะ ฉันจะปักหลักอยู่ที่ฮิวสตันนี่หละ ว่าแล้วก็จิ้ม ๆ ๆ โทรศัพท์ ทอมถามว่าคุยกะใคร เราบอกว่า ต้องบอกหมอแฟนก่อนน่ะสิ

จัดการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินที่เวอร์จิเนียเพื่อจะไปส่งทอม นั่งหาอพาร์ตเมนท์ จัดคิวหมอฟันให้ทำให้เสร็จก่อนออกเดินทางไปไกล คุยกับครูเปียโน ยกเลิกเรือครูซที่ออกจากญี่ปุ่นมาแคนาดา เปลี่ยนตั๋วยายจากไปเดือนมีนาเป็นมกราแล้วเปลี่ยนเป็นไปคนเดียว ฯ ล ฯ

วันศุกร์ที่แล้วเจย์เรียกทอมเข้าไปถามว่าที่ไปเพราะทำงานแล้วถูกขัดขาจากคนคนนั้นใช่ไหม ทอมบอกว่าใช่ ฉันไปทำที่อื่นที่ทำอะไรได้ดังใจดีกว่า เจย์บอกว่า ถ้าฉันให้เขาออก แล้วให้เธอขึ้นเป็นตำแหน่งนั้นแทน เธอจะอยู่มั้ย

เจย์ยอมทุ่มสุดตัวหมดหน้าตัก ลงทุนง้องอน และต้องควักเนื้อจ่ายแพงถ้าจะเอาคนในระดับนั้นออกโดยที่เขาไม่ได้เต็มใจลาออกเอง

วันเสาร์เกิดเหตุการณ์จราจลที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ที่ทอมจะไป เราบอกว่าถ้าเดิมฉันบอกว่าจะคิดดูอีกทีว่าไปมั้ย คราวนี้รับรองได้ว่าไม่มีทางไปเป็นอันขาด ทอมบอกว่าฉันก็ไม่อยากไปแล้วเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะเชื่อโชคลางว่าลางไม่ดี แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้จะรีครูตคนเข้าทำงานก็คงลำบาก เมืองมีชื่อเสียแบบนี้ใครจะกล้ามา

ตกลงอยู่ที่นี่ต่อไป ดีใจโลดสุด ๆ ที่ไม่ต้องย้าย เหมือนมีอะไรมาบอกหลายรอบมาก ๆ ว่าอย่าไป ทอมบินไปคราวก่อนตกเครื่องสี่หน เราก็บอกแล้วนะว่าถ้าไม่คิดว่าเชื่อโชคลางนะ ก็คิดดูสิว่าเราจะเดินทางไปไหนทีมันลำบากลำบน ไม่เหมือนอยู่แถวนี้ ตกเครื่องนั้นก็ไปต่อเครื่องนี้ได้ ไม่ใช่ตกเครื่องแล้วต้องรอค้างคืนไปอีกวันนึง

พอเราจะไปดูบริษัทเค้าซะหน่อย จองตั๋วแล้ว ตาตายไปไม่ได้อีก แปลกแท้ ๆ อุปสรรคมากอย่างไม่น่าเชื่อ

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Bye Candy Crush

เล่น ๆ เลิก ๆ กับเกมแคนดี้ ครัช หมู่นี้มีให้เล่นฟรีหกชั่วโมงถ้าได้ดาวเท่านั้นเท่านี้ ติดอยู่หลายวัน สะสมตัวช่วยไว้ได้เยอะมาก เล่น ๆ ๆ จนเมื่อวานนี้ขณะเอารถไปล้างคนเดียวไม่ได้เอาลูกไปด้วย นึกขึ้นมาได้ว่า เออ เมื่อกี้นี้ลูกชวนให้เล่นด้วย เราก็เล่นกับลูกไปจิ้มแคนดี้ครัชไป ไม่ได้สนใจลูกเต็มที่ ลูกก็ทำหน้าผิดหวัง แต่เวลาเราเรียกลูกมาเรียนอ่านเขียนหนังสือแล้วลูกไม่ตั้งใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เรากลับดุลูก ยังงี้มันสองมาตรฐานนี่นา

พอล้างรถเสร็จ กลับบ้าน ลบเกมออกทันที ดาว แต้ม ที่สะสมมาทั้งหลายทิ้งหมด ไม่ลงทะเบียนเก็บไว้ทั้งนั้น

เมื่อเช้าบอกลูกว่า วันนี้แม่จะเล่นกับแกรนท์ แม่ลบแคนดี้ครัชแล้วนะ ลูกดีใจ ที่แท้เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน

amor vincit omnia

 

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น