First Week of School

สัปดาห์นี้สัปดาห์เปิดเทอมของเด็กคนอื่น ๆ เด็ก ๆ ที่บ้านนี้ตื่นเต้นมาก ถามทุกวันว่า แม่ คนอื่นเขาไปโรงเรียนกันรึยัง

วันแรกของการเปิดเรียน รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย เหมือนวันแรกที่เลิกทำงาน มันรู้สึกว่าแปลก ๆ และเหมือนกับทำอะไรผิด ต้องปรับความคิดจากแกะที่เดินตามทางที่สังคมขีดมาเป็นแกะดำ

ฝนตกหนักมากวันแรกของโรงเรียนเปิดเทอม ดีใจมากที่ลูก ๆ ไม่ต้องไปโรงเรียน นึกภาพแกรนท์นั่งงุ่นง่านอยู่ในห้องเป็นหนูติดจั่นแล้วสงสารครู ตอนกลางวันพาเด็ก ๆ ไปลงทะเบียนเรียนภาษาจีนที่โรงเรียน เขาบอกว่าโรงเรียนเปิดเทอมมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

อีเมล์ไปถามเบนว่าโรงเรียนเปิดเทอมแต่เมื่อวานรึว่าภาษาจีนฉันมันห่วยกันแน่ เบนบอกว่าเปิดแต่เมื่อวานจริง ๆ แต่ดีแล้วที่เราไม่ได้มาเพราะนักเรียน ผู้ปกครอง เยอะแยะ เต็มห้องและวุ่นวายมาก เบนต้องขอเกลี่ยเด็กไปห้องอื่นบ้าง อ่าว เกลี่ยเด็กไปห้องอื่นแต่รับเด็กโค่งของเรา อย่างนี้ครูใหญ่มิค้อนเอารึ

รู้สึกแปลกอยู่ได้แค่วันเดียวก็ปรับตัวได้กับการที่ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่เหมือนการไปโรงเรียน ยี่สิบปียังไม่ชิน ปรับตัวไม่ได้ วันจันทร์ทีไรอยากจะเป็นลม พอวันอังคารชวนลูก ๆ ไปพิพิธภัณฑ์กัน ไม่ได้ไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ในเมืองมานานแล้ว แต่พอไปถึง อ้าว ที่ในเมืองเขายกเลิก Block Party ไปแล้ว เลยต้องไป Children’s Museum แทน

วาดฝันว่าจะคนน้อย ที่ไหนได้ คนไม่น้อย ถึงจะไม่เยอะก็เหอะ ส่วนมากเป็นเด็กเล็ก สงสัยอัดอั้นมาจากตอนโรงเรียนปิดเทอม ตั้งหน้ารอโรงเรียนเปิดเทอมแล้วมากันใหญ่ กับพวกเด็กโตหน่อยที่พ่อแม่ถือกล้องมา คงจะเป็นคนจากเมืองอื่น พิพิธภัณฑ์เด็กที่นี่ใหญ่ใช้ได้ ถ้าไม่เคยมาเลยมาห้าวันติดกันก็ยังดูไม่ทั่ว

เด็ก ๆ ไม่ได้มาที่สาขานี้สักสองสามเดือนแล้ว พอมาเห็นของเล่นเก่า ๆ ที่เขามีอยู่แล้ว บางอย่างเด็ก ๆ เคยเดินผ่านไปเพราะไม่เข้าใจ แต่พอตอนนี้เข้าใจ อย่างการต่ออุปกรณ์อิเลคโทรนิกที่ตอนแรกแม่บอกลูก ๆ ว่าไปเล่นอย่างอื่นก่อนไป๊แม่จะเล่นอันนี้ ฮ่า ฮ่า ก็กลายเป็นว่า เด็ก ๆ สามารถต่อวงจรสายไฟขั้วบวกเสียบขั้วบวก ขั้วลบเสียบขั้วลบเองได้ ตอนแรกเด็ก ๆ ก็ถามว่าจะต่อทีละหลาย ๆ ชิ้นยังไง เราก็ต่อวงจรให้ลูกดูว่าทำแบบนี้ถึงจะต่ออุปกรณ์สองอย่างจากแบตเตอรี่อันเดียวได้ แต่ตอนทำให้ดูสองหนน่ะต่อคนละแบบ หนนึงต่อแบบอนุกรม อีกหนต่อแบบขนาน แต่ไม่ได้อธิบายเรื่องความแตกต่างระหว่างการต่อวงจรทั้งสองแบบ เพราะรู้สึกว่าพูดไปลูกก็ยังไม่เข้าใจ และให้ลูกค้นพบเองจะดีกว่า

หลักการโฮมสกูลของ John Holt ง่ายมาก แต่ทำยาก ที่ทำยากเพราะเราถูกครอบงำความคิดแบบผิด ๆ มา โฮลท์บอกว่า อย่าสอนอะไร อย่าสอน อย่าสอน อย่าสอน แบบว่าหนังสือของโฮลท์นี่ถ้านับประโยคว่าอย่าสอน คงหมดไปแล้วครึ่งเล่ม แต่ดูจากพัฒนาการของลูกแล้ว เป็นจริงดังโฮลท์ว่า ไม่ได้สอนอะไรเลย รอแค่ลูกถาม พอลูกถามเราทำให้ดูตามที่ลูกถาม นี่คือตอบคำถาม ไม่ใช่สอน สอนคือเราคิดเอาเองว่าลูกควรรู้อะไรแล้วเอาสิ่งนั้นมายัดเยียดใส่สมองของลูก ซึ่งมันก็มักจะไม่ได้ผล

wp-image-1760548431jpg.jpeg

จากเมื่อก่อนที่ลูกเคยดูของเล่นที่เขาให้วางเมืองบนไม้กระดานที่โยกเยกได้เพื่อดูว่าวางยังไงไม่ให้ไม้เอียงล้ม คือสอนเรื่องการบาลานซ์สิ่งของนั่นแหละ เดิมลูกเคยดูแล้วไม่มีความเข้าใจ แต่ครั้งนี้ลูกเข้าใจแล้วโดยที่แม่ไม่ได้สอน ความจริงเคยยัดเยียดให้ลูกดูแต่ลูกไม่สนใจดู และแม่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะทนยัดเยียด บวกกะลูกก็เป็นตัวของตัวเองมากเกินกว่าจะมาทนฟังแม่พล่ามในสิ่งที่ลูกไม่สนใจฟัง

ลูกเข้าใจแล้วยืนเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ๆ ส่วนแม่ขอตัวนั่งรอ ไม่ไปยืนใกล้ ๆ ไม่งั้นอดสอนไม่ได้ว่าให้วางตรงนั้นตรงนี้ เลยไปนั่งห่าง ๆ แล้วแอบดูว่าลูกทำอะไรกัน ตอนแรกลูก ๆ ก็เอาบ้านมาเล่นเฉย ๆ แล้วต่อไปก็ค่อย ๆ ทดลองวางบนแผ่นโยกเยกให้มันตก ทดลองด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีแม่ไปจุ้น

wp-image-455826440jpg.jpeg

อีกอย่างที่ลูกไม่เคยเข้าใจคือชุดต่อโมเลกุลที่มีพลาสติกเป็นอะตอมกับยางเป็นพันธะเชื่อมต่อจากอะตอมเป็นโมเลกุล เด็ก ๆ บ้านนี้เอามาต่อเป็นรูปร่างต่าง ๆ กลายเป็น Star Wars ทั้งกองทัพ แล้วก็เอามาเล่นเป็นสงคราม เด็กคนอื่นที่แม่ยืนกำกับอยู่ให้ต่อแบบนั้นแบบนี้ ยืนชี้ว่าต้องเอาอันนั้นมาเชื่อมอันนี้ ต่อออกมาแล้วได้เหมือนโมเดลของโมเลกุลน้ำตาลเปี๊ยบ แต่ขณะที่ต่อไปสายตาก็แอบเหลือบมามองว่าเด็กสองคนนั้นเขาทำอะไร สายตาแบบว่าอยากลองทำบ้าง แกรนท์คงดูออก เอาอันที่ต่ออันนึงไปยื่นให้เขา ทำนองว่าชวนเล่นด้วยกัน เรารีบบอกว่า ไม่เป็นไรแกรนท์ เพื่อนเขาเรียนหนังสืออยู่ คำว่าเรียนหนังสือเป็นคำหยาบคายสำหรับแกรนท์ แกรนท์เลยไม่ไปยุ่งกับเขา จริง ๆ แล้วเราแอบชื่นชมลูก ๆ อยู่นะที่สามารถมองเห็นของเล่น Star Wars จากชุดต่อโมเลกุลได้เนี่ย

wp-image-932751071jpg.jpeg

wp-image-157719372jpg.jpeg

ตอนนี้พิพิธภัณฑ์เด็กมีเลโก้ให้ต่อเป็นรถแล้วเอามาวิ่งแข่งกันเหมือนที่เลโก้แลนด์ด้วย ลูก ๆ ก็ชอบเล่น มีเด็กผู้ชายคนนึงเล่นง่วนอยู่ แม่เขาบอกว่าวันนี้เพิ่งเอาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพราะครูบอกว่าลูกสมาธิสั้น นั่งเฉยในห้องไม่ได้ เราคิดในใจ เอิ่ม สั้นตรงไหน เห็นต่อรถอยู่ตั้งสองสามชั่วโมงพอกับแกรนท์ที่เคยถูกวินิจฉัยว่าสมาธิสั้น ลูกเขาดูมีความคิดสร้างสรรค์ดีออก จากที่เราสังเกตวิธีเล่น ตอนแรกต่อรถธรรมดา แล้วต่อมาก็เอาล้อออกแล้วดูซิว่ามันจะลงมาเร็วเท่ากันมั้ย แล้วก็เอาชิ้นส่วนอื่นมาดูว่ารถวิ่งมาทับจะชิ้นส่วนกระจายมั้ย ความจริงแล้วเราว่าลูกเขาเป็นโรคโธมัส เอดิสัน ฉลาดเกินกว่าระบบโรงเรียนจะเข้าใจ แล้วอีกอย่างครูอนุบาลส่วนมากก็เป็นผู้หญิงแบบผู้ยิ้งผู้หญิง ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท วิศวกรหญิง ช่างกลหญิง ก็มักจะไม่เข้าใจความคิดแบบวิศวกร

ลูก ๆ สนุกกับพิพิธภัณฑ์เด็กมาก ไปติดกันสามวันเต็ม อาทิตย์นี้งดไปร่วมกิจกรรมกับชมรมบ้านเรียนเพราะคุณนายคนหนึ่ง เราอธิบายกับทอมว่าหล่อนทำตัวแบบนี้ She’s the Queen of England and we are her subjects to be ruled. ก็เลยขี้เกียจไป รู้สึกว่าไปพิพิธภัณฑ์เด็กต่อดีกว่า เงาะก็ไม่ได้ไป พอดีลูกป่วย เราเองไม่เห็นด้วยกับทิศทางของสหกรณ์นี้ที่ตอนแรกก่อนควีนออฟอิงแลนด์จะมาทำยุ่ง นโยบายเป็นแบบสบาย ๆ แต่พอคุณเธอเข้ามา มันกลายเป็นว่าเธอกำหนดแผนการสอนมาทั้งสี่สิบสัปดาห์เรียบร้อยแล้ว แต่เราคิดว่าถ้าผู้ปกครองจะต้องมีแผนการศึกษา ฉันส่งลูกไปโรงเรียนไม่สบายฉันกว่าหรือ ตอนประชุมเราก็ออกความเห็นแล้วว่า ทำไมไม่ปรับเปลี่ยนไปแต่ละสัปดาห์ในเมื่อเราไม่ใช่โรงเรียนเราต้องไม่ทำตัวเป็นโรงเรียน เราต้องทำตัวให้ปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของเด็ก ลูกเราแค่สองเดือนยังเปลี่ยนไปมาก จะไปกำหนดอะไรทีละปี แต่ถ้าเงาะไปเราก็ไป เพราะจะพาลูกไปเล่นกับลูก ๆ เงาะ ไม่ใช่เพราะจะไปเรียนอะไร

หลังจากค้นหากูเกิล ก็ไปเจอว่าที่สมาคมวายเอ็มซีเอมีให้กลุ่มบ้านเรียนมารวมกันเล่นกีฬาเป็นทีมที่สมาคมทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ตอนบ่าย เออ อันนี้เหมาะกับลูกเรามากกว่า การเรียนแบบโฮมสกูลเราก็ต้องลองผิดไปจนกว่าจะเจอถูก

วันพุธตอนเย็นชวนลูก ๆ ไปเรียนยิมนาสติก ตอนแรกแกวินกลัวมากที่ได้ยินคำว่าไปเรียน เพราะนึกว่าจะมีครูดุเหมือนพวก camp counselor ที่เห็นที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ตอนที่ลูก ๆ ไปเล่นที่ Block Party Too ตอนโรงเรียนยังปิดเทอมอยู่ แกวินถามว่าไปเรียนยิมนาสติกต้องทำอะไร เราเลยต้องตีลังกาให้ลูกดูว่าเขาให้ทำแบบนี้นะ หลังแทบยอก แต่ลูกสบายใจขึ้นบอกว่า โอเค จะไปลองดู แล้วถ้าทำไม่ได้ หกล้ม ทำยังไง เราบอกว่า ถ้าหกล้มต้องหัวเราะแบบนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พอไปจริง ๆ แกวินยังกลัวเล็กน้อย เราบอกว่าแม่จะนั่งรอข้างนอกตรงหน้าต่างกระจก ถ้ามีปัญหาอะไรให้ชูสองนิ้วมาทางนี้แล้วแม่จะเรียกให้ออกมา แต่พอเข้าไปเรียนจริง ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะแกรนท์นี้พอครูให้วิ่งเป็นวงกลมก็วิ่งใหญ่ ครูให้วิ่งถอยหลังก็วิ่งยกใหญ่ หน้าระรื่นชื่นบาน ครูให้ตีลังกา ไต่บาร์ ปาบอล โยนบอล หน้าตามีความสุขสนุกสนานตลอด ยายค่อนว่า แหม ดูซิ หน้าตาไม่เหมือนเวลาเรียนเปียโนเลย แต่สัปดาห์นี้แกรนท์ขยันซ้อมขึ้นมากเมื่อแม่ชวนแกรนท์ร้องเพลงประกอบเวลาเล่นเปียโน แกรนท์คิดเนื้อแปลก ๆ ตลก ๆ ก็เลยซ้อมใหญ่เลยเพราะอยากร้องตลก ๆ อีก วินมานั่งฟังยังชมว่าแกรนท์ร้องเพราะ เสียงเพราะจริง ๆ ร้องไม่มีผิดคีย์ น้ำเสียงกังวาน พอมีคนเชียร์ก็ยิ่งสนุกใหญ่

แกรนท์โหนบาร์เก่งกว่าแกวิน แต่แกวินเดินบนบาลานซ์บีมได้เก่งกว่าแกรนท์ แต่ดูแล้วลูกก็มีพัฒนาการดีภายในหนึ่งชั่วโมง ตอนแรกครูให้โหนบาร์แล้วเอาเท้ายันบนบาร์ ครั้งแรกแกรนท์ก็โหนได้เลย แต่แกวินตกตุ้บไม่เป็นท่า แต่พอเกือบหมดชั่วโมงแกวินก็ทำได้ ส่วนแกรนท์ไปถึงขึ้นโหนตีลังกากลับหลัง

แกวินตั้งใจเรียน ครูสอนอะไรตั้งใจฟังตาแป๋ว ส่วนแกรนท์หันไปหันมาแล้วก็หันไปคุยกับเด็กคนอื่น หลังจากเรียนจบ เด็ก ๆ หิวมาก แต่สนุกมาก โม้กันลั่นว่า โอ๊ย ง่าย อะไรที่ครูบอกให้ทำเราทำครั้งแรกก็ได้แล้ว โม้จริง ๆ ก็แม่เห็น ๆ อยู่ว่าทำครั้งแรกตกตุ้บ เด็ก ๆ ถามว่าพรุ่งนี้จะมาเรียนอีกไหม แต่แม่บอกว่ามาแค่อาทิตย์ละวัน แหม ลูก แค่นี้แม่ก็กระเป๋าเบา ค่าเรียนยิมอาทิตย์ละหนเก้าเดือนแพงกว่าไอแพดเครื่องใหม่สองเครื่องของลูก ๆ อีก

กลับบ้านมาเด็ก ๆ มาเล่นไอแพดแอร์สองของตัวเอง พ่อให้แม่ซื้อให้คนละเครื่อง จะได้เลิกมาหยิบไอแพดรุ่นเก่าของพ่อ แม่ ยายมาใช้ซะที ป้าเจี๊ยบรอรับไอแพดสามต่อจากหลานได้

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Coop Coup

กลางวันนี้ต้องมีประชุมสหกรณ์บ้านเรียน นัดประชุมหลักสูตร ที่จริงมีแม่อังกฤษยิวจอมเยอะเขียนหลักสูตรมาแล้วหมดทั้งปี แต่ละอันน่าสนใจ เรียนเรื่อง ออสเตรเลีย แอฟริกา อินเดีย ภควัตคีตา ศาสนาพุทธ อียิปต์ ฯ ล ฯ แต่ละอัน เอ่อ น่าสนใจมากสำหรับเรา แต่ลูกหกขวบคงจะสนหรอกนะ

ตอนเช้าเงาะส่งไลน์มาถามว่า จะมามั้ยพี่ เราบอกว่า ไม่ ชีวิตเราเหลือน้อยเกินกว่าจะทำมารยาทดีกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วย

ตกลงไม่ไปกันทั้งสองคน ส่วนโบว์เล่นฉากหลบว่าไม่ว่าง โบว์กะเงาะลำบากหน่อยเพราะอยู่บ้านใกล้แชซ แล้วแชซสนิทกับฮอลลี่จอมเยอะ เยอะขนาดเวลาเขียนอีเมล์ เธอต้องใส่ signature ว่า ชื่อ สกุล, MBA

ต้องมีเอ็มบีเอต่อท้าย มีทำไม ต่อให้ต่อท้ายด้วย M.D., Ph.D. ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกต่างไปจากจบ ป สี่ ถ้าเราต้องการใบประกาศนียบัตรเราไม่โฮมสกูลให้เหนื่อยตัวเอง

บอกเงาะว่าเราเอามั่งมะ เดี๋ยวใส่ต่อท้ายว่า MBS, Masters of BullShit

เลยต้องหลบมาตั้งโคออปกันเอง หาสมาชิกใหม่ ปฏิวัติจากโคออปอันนี้ที่เราไม่ถูกใจ

ตกลงเราสองคนพาลูกไปเล่นที่แม็คโดนัลด์ วันนี้มีเด็กเยอะเพราะฝนตกทั้งวัน เด็ก ๆ หลายอายุ หลายผิว เล่นกันสนุกสนาน ไม่เห็นต้องแบ่งว่าอายุเท่าไหร่ เล่น Ring around the roses หมุน ๆ กัน บางทีก็ล้มก่อนเพลงจบ น่ารักดี เด็ก ๆ ที่บ้านไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนในชีวิต แต่มองเขาทีเดียวก็เข้าใจ รู้จักเข้าไปร่วมวงได้ทันที ร้องเพลงตามเขาได้ทันที ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญคะยั้นคะยอว่าไปเล่นกับเขาสิ โน่นนี่ ถึงเวลา มีความพร้อม เขาไปเอง

รู้สึกได้เลยว่าลูกเราพัฒนาขึ้นมาจากปีที่แล้วมาก จากที่เล่นกับเด็กอื่นได้ทีละกลุ่มเล็กก็เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น เล่นกับเด็กได้หลายวัย ทั้งกับเด็กหญิงเด็กชาย

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Bring Taiwan Here

ดีใจโลดมหาศาลอีกแล้ว หลังจากคุยกะครูภาษาจีนของลูกแล้วครูบอกว่าไม่ต้องเรียนคลาส สอนเดี่ยวครอบครัวเดียวก็ได้ ครูรับสอนที่ Tzu Chi ปีการศึกษานี้ แล้วครูคิดว่าจะให้พ่อแม่เข้าไปร่วมเรียนด้วย เราบอกว่า อุ๊ย นี่เลย คลาสในฝัน แต่วันนี้คุยกะครูแล้วครูบอกว่าครูใหญ่บอกว่าจะวุ่นวาย ก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่บอกว่างั้นขอให้ห้องเรียนมี room mother แบบที่โรงเรียนธรรมดาเขาก็มีอยู่แล้ว เป็นอาสาสมัครที่เข้าไปเป็นผู้ช่วยครู หยิบโน่นเช็ดนี่ จูงเด็กไปห้องน้ำ รอที่หน้าห้องน้ำ ถ้าเด็กปวดอึก็อาจจะเช็ดก้น ฯ ล ฯ

ครูคนนี้เป็นเพื่อนกับครูเปียโนของเรา ครูเปียโนเป็นคนแนะนำให้รู้จักกันเพราะดูว่าความสนใจตรงกัน เพื่อนของเพื่อนพูดอะไรกันย่อมง่ายดาย ครูจะสอนคลาสเด็ก pre-K แต่ลูกเราหกขวบแล้ว จริง ๆ ต้อง ป หนึ่ง หรืออย่างน้อยก็อนุบาล แต่ครูบอกว่าไม่เป็นไร ไปลงทะเบียนว่าเรียนชั้นอนุบาล แต่เอาจริงทำเนียน ๆ มาเข้าคลาสฉันได้เลย ครูใหญ่โอเค เราบอกว่าพ่อแม่คนอื่นเขาอาจจะไม่อยากมาเรียนพร้อมลูกเพราะนี่เป็นเวลาเดียวที่เขาจะไปทำธุระซื้อกับข้าว โน่นนี่ โดยไม่มีลูกมากวน แต่ถ้าแม่คนอื่นที่เขาว่าง จะช่วยกันมาเป็น room mother ด้วยก็ได้ เท่าที่เจอมีแค่สองสามแม่เท่านั้นที่อยากมาช่วย

ครูคนนี้เป็นฝรั่งแต่พูดจีนเก่ง อยู่ไต้หวันตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าจริง ๆ เคยอยู่เมืองไทยด้วยนะตอนแปดขวบ ตอนนั้นพูดไทยได้แล้วแต่ลืมไปเยอะ เราบอกว่า ดี งั้นมาหัดกับลูกเราสิ ลูกเราพูดคล่องนะ ชัดด้วย

เราบอกว่าเดี๋ยวจะเอาของเล่นไปเองให้เด็ก ๆ เล่นกัน เฉพาะ Duplo ที่เราน่าจะมีเกือบทั้งเมือง เรียกว่าเล่นกันสิบคนไม่ต้องแย่งชิ้นส่วนกันเลยน่ะแหละ แล้วเด็กก็จะได้คุยกันว่าต่ออะไรบ้าง ให้พูดภาษาจีนกัน แบบนี้แหละที่เราคิดว่าเด็กจะอยากมา แล้วก็จำได้ ถ้าบังคับ จำไม่ได้ บังคับซ้อมเปียโนก็มีแต่เสียงโป้งป้าง จิ้มไร้อารมณ์ แต่ถ้าสนุก เสียงจะออกมาเหมือนร้องเพลงไม่ใช่เสียงเหมือนบ่น

ครูถามว่าโรงเรียนนี้บรรยากาศเป็นยังไงเพราะครูเพิ่งมาใหม่ เราบอกว่าเหมือนโรงเรียนเอเชียทั่วไปนะยู แบบว่าเสื้อนี่ต้องตราโรงเรียน แล้วกางเกงก็ต้องสีน้ำเงินเข้มเปี๊ยบเลย ไม่ใช่แบบโรงเรียนแคธอลิคที่ใส่เสื้อโปโลสีอะไรก็ได้

ครูบอกว่า ก็ดีนี่ เด็กจะได้รู้วัฒนธรรมไต้หวันด้วย ว่าเวลาอยู่ไต้หวันเด็กเขาต้องแต่งตัวระเบียบเป๊ะแบบนี้นะ เราก็ว่า เออ จริง ตกลงปีนี้ไม่ต้องไปไต้หวันก็ได้ เพราะเอาไต้หวันมาไว้ที่ฮิวสตันเอง ครูบอกว่าจะสอนแบบไต้หวัน สอน zhuyin ถึงแม้โรงเรียนจะบอกให้สอนแบบ pinyin ก็เหอะ เราก็ว่าดี เด็กจะได้อ่านหนังสือออกทั้งสองแบบ

กับลูกนี่ก็ต้องลองผิดลองถูก ลองผิดไปจนกว่าจะเจอที่ถูก ว่างั้นเหอะ แต่ถ้าอะไรที่ในใจรู้ว่าผิดก็อย่าดันทุรังไป ฟังลูกให้มาก ๆ ฟังคนอื่นให้น้อย ๆ

ว่าแล้วเราเองต้องรีบฟื้นฟูภาษาจีนอย่างด่วน เดี๋ยวเด็กงงแย่ หน้าจีนพูดภาษาฝรั่ง แล้วฝรั่งพูดจีน

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Two Steps Forward

เมื่อวานนี้แกรนท์จูงแม่ไปที่ห้องเก็บของ เอาไฟฉายไปด้วย ปิดประตูห้องเก็บของไม่ให้วินเห็น เอาไฟฉายส่องทำเป็นเหมือนไปถ้ำ นอนคุยกับแม่สักพัก แกรนท์ส่องไฟฉายไปเห็นเลโก้หมากรุกที่แม่เก็บไว้เล่นเองเพราะไม่อยากให้ลูกทำชิ้นส่วนหาย แกรนท์เอาออกมาดู อยากเล่น แม่ถามว่าข้างกล่องเขาเขียนว่าอายุกี่ขวบ แกรนท์บอกว่าเจ็ดขวบขึ้นไป แม่ถามว่าแล้วแกรนท์อายุกี่ขวบ แกรนท์บอกว่าหก แม่ถามว่า แกรนท์บอกแม่ว่าแกรนท์จะทำตัวเหมือนอายุสี่ขวบ แกรนท์ไม่ซ้อมเปียโนเหมือนตอนสี่ขวบ แกรนท์ยังไม่โตพอจะเล่น

แม่หยิบเลโก้เด็กเล็กกว่ามาให้ดู บอกว่าอันนี้สำหรับห้าขวบ เอามั้ย แกรนท์บอกว่าไม่เอา แกรนท์โตแล้ว แล้วแกรนท์ก็เดินไปที่เปียโน ซ้อมเปียโนสิบหน ทั้ง ๆ ที่ปรกติครูบอกว่าซ้อมห้าหน แกรนท์บอกว่าถ้าเจ็ดขวบเขาซ้อมกันสิบหน

บางครั้งต้องยอมถอยเมื่อลูกไม่สบายใจ ไม่พร้อม ไม่อยาก ให้ที่ว่างให้เขาสบายใจก่อน พอเขาสบายใจ อยากทำเอง เราก็ไม่เหนื่อย เราแค่รอจังหวะที่เหมาะสม เมื่อลูกถาม เราให้ แค่นี้เอง

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Hard at Work

วันนี้ตื่นเช้ามาแกรนท์บอกว่าอยากกลับไปที่มิวเซียมอีก อยากไปเล่นเลโก้แบบใหญ่ยักษ์ที่แกรนท์เพิ่งรู้ว่าเอาล้อมาใส่ทำเป็นรถได้ เมื่อวานมีเด็กคนอื่นทำให้ดู แกรนท์อยากทำอีกแต่เมื่อวานเด็กเยอะต้องแบ่งกัน วันนี้เลยอยากไปทำคนเดียว

รีบกินข้าวเพราะลูกมาเร่งยิก ๆ จัดอาหารเด็กใส่กระติก ไปตั้งแต่เขาเพิ่งเปิดยังไม่มีคน แกรนท์เล่นอยู่พักใหญ่ บางทีก็เล่นกับเด็กคนอื่นถ้ามีคนอื่นมาเล่นด้วย วัยนี้ยังไม่ค่อยมีฟอร์ม เล่นกันได้หมด พอเด็กคนอื่นไปกันหมดก็มีเด็กวัยรุ่นที่เป็นอาสาสมัครมาช่วยดูแลเด็กมาเล่นด้วย อีกหน่อยลูกเราก็คงต้องทำงานแบบนี้เอาไว้ไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัย วันนี้มีอาสาสมัครที่ดูเล่นกับเด็กเก่งหน่อยมาช่วยแกรนท์ทำบ้าน พอเสร็จแล้วมีเด็กผู้ชายท่าทางเรียบร้อยมากับแม่ เดินมาถามว่า Can I play in your house? เด็ก ๆ บอกว่า ได้ แล้วเด็กผู้ชายคนนั้นก็ถามอย่างเรียบร้อยว่า Can I destroy it? แม่เขารีบบอกว่า ไม่ได้ แต่เราถามลูกว่าได้มั้ย ลูกบอกว่า ได้

โชคดีมีกลุ่ม Summer Camp มาตอนสิบเอ็ดโมง ทำให้มีข้ออ้างออกไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่ ปรกติเขาไม่ให้เข้า ๆ ออก ๆ แต่เวลามีกลุ่มโรงเรียนหรือมีแคมป์เขาจะให้เราออกไปก่อนแล้วค่อยเข้ามาใหม่ตอนกลุ่มนักเรียนไปแล้ว

ลงไปกินกลางวันแบบเร็ว ๆ แล้วกลับมาเล่นต่อ เกือบสองโมงบอกลูกว่ากลับบ้านเหอะ แกรนท์มาถึงบ้านหลับเลย วินเลยขอไปซื้อมะเขือเทศกับแม่คนเดียว ตอนนี้วินชอบกินน้ำส้มตำที่ยายทำ เอามาราดไก่ย่างแทนน้ำจิ้มไก่ กินกับข้าวมัน ยายบอกว่าไทยเหลือเกิน แต่กินกับชาเขียวแบบไม่ใส่น้ำตาล เลยไม่รู้ว่าชาติไหนแน่ รู้แต่ว่ารสนิยมวิไลมาก ชาเขียวอเมริกันเธอไม่กิน ต้องชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ สั่งมาจากญี่ปุ่นจริง ๆ

ซื้อข้าวโพดกลับมาด้วยสามฝัก ปรากฎว่าอร่อยมากจนยายบอกว่าให้ไปซื้อมาอีก เลยต้องบึ่งรถกลับไปซื้อมาอีกเพราะถ้ากินอร่อยวันนี้ต้องรีบกลับไปซื้ออีก ไม่งั้นพรุ่งนี้อาจจะมาจากไร่อื่นไม่อร่อยแล้ว วันนี้แต่ละฝักใหญ่กว่าแขนเรา ใหญ่จนเลือกไม่ถูก สวยไปหมดทุกฝัก ข้าวโพดปลูกแถวนี้เองสดมาก ๆ เหมือนว่าเพิ่งตัดมาเมื่อเช้านี้เอง

ตอนค่ำโจกลับบ้านมาสองทุ่ม ตอนแรกนึกว่ากินข้าวเย็นมาแล้ว แต่เขาบอกว่ายังไม่ได้กิน ยายเลยคุ้ยเอาข้าวผัดที่เหลือจากเย็นวันจันทร์มาเสนอว่ากินมั้ย โจก็ว่าดี อยากกิน แล้วกินข้าวโพดเย็น ๆ ไปสองฝัก บอกว่าไม่ต้องอุ่น คนโอไฮโอกินข้าวโพดสด ๆ จากไร่เป็นประจำ ท่าทางหิวโหยจนยายสงสาร ที่บ้านนี้ไม่รู้เป็นไง งานแต่งงานไม่ค่อยได้ไปหรอก แต่พอเขาหย่ากันไม่มีที่ไปก็มาบ้านนี้กันหมด

วินสนใจเรื่องโจมาก ถามว่าทำไมโจถึงจน พ่อบอกว่าเมียโจขอหย่าแล้วเอาไปหมด ให้ลูกจำไว้ ถ้ากลับบ้านมาให้บอกเมียว่า เมียสวย เมียดี เมียน่ารัก เมียจะได้ไม่ขอหย่า แล้วจะได้ไม่จนเหมือนโจ

วินคิดสักพักบอกว่า อย่างนี้เอาผู้ชายเป็นเมียได้ไหม เวลาหย่าจะได้ไม่เสียตังค์

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

First Homeschool Coop Attempt

วันนี้มีนัดประชุมสหกรณ์เด็กบ้านเรียน แปลแบบตรงตัวไปไหม ก็คือการรวมกลุ่มกันของแม่คนโน้นที่รู้จักแม่คนนี้ นัดกันมาประชุมกันว่าจะเรียนแบบไหน ที่บ้านใคร นโยบายยังไง อันนี้เป็นสหกรณ์แบบตำมั่ว แม่ไทยพ่อฝรั่งสามบ้าน บวกด้วยยิวอังกฤษ เท็กซัสแบบติสต์ แล้วก็แม่ฝรั่งพ่อดำแบบขาว ๆ หน้าตาเด็กปนเปหลายเชื้อชาติมาก ดูแล้วสับสนไม่รู้ว่าใครลูกใคร

มารวมกลุ่มกันที่ Houston Natural Science Museum ที่ Sugar Land ที่เดิมที่เด็ก ๆ เคยไปเล่น จ่ายค่าเล่นคนละสองเหรียญ เขาไปนั่งประชุมกัน เย็นสบายและลูก ๆ ได้เล่นไม่มากวน

มีเราคนเดียวที่ลูกไม่เคยไปโรงเรียนเลย เวลาเขาถามว่าเริ่มทำโฮมสกูลเมื่อไหร่ เราบอกว่าลูกเราไม่เคยไปโรงเรียน They have never gone to school. So, technically, I’ve never started. คนอื่นเขาเคยส่งไปโรงเรียนมาแล้ว ทั้งแบบ Waldorf ก็มี แบบมอนเทซอรี่ แบบนี้โน้นนั้น สรุปคือ ไม่พอใจสักอย่าง แต่เราบอกว่าของเราไม่มีหลักสูตรอะไรทั้งนั้น อยากรู้อะไรเรียนเดี๋ยวนั้น

หลังจากพูด ๆ ๆ ๆ ตามประสาเวลาผู้หญิงเจอกัน น้ำเยอะเนื้อน้อย สรุปว่า แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มต่ำกว่าแปด กับกลุ่มแปดขึ้น ต่ำกว่าแปดยังไม่เรียนอะไรเป็นเรื่องราว แค่เล่นด้วยกัน เข้าสังคม รู้จักแบ่งปัน ตามหลักของ Raymond Moore ที่เขียนเรื่อง Better Late Than Early ที่บอกว่าเด็กยังไม่ควรเรียนอะไรเป็นเรื่องราวจนกว่าจะวัยอย่างที่คนไทยเรียกว่าโกนจุกแล้ว

หลังจากประชุมกันจบ ลูก ๆ ของแม่ไทย กับลูก ๆ ของแชซเล่นกันต่อ แกรนท์ชวนทรอยไปบ้าน ทรอยมาถามโบว์ โบว์บอกว่าให้ถามแม่ของแกรนท์ เราบอกว่ามาเลย เด็ก ๆ เลยกลับบ้านไปเอาชุดว่ายน้ำ กินข้าวเย็น แล้วก็มาที่บ้านนี้ นั่งเล่นวิดีโอเกมกันสักพักรอแดดร่ม ไปสระเล็กตรงหมู่บ้านเพราะสระใหญ่ดูแลไม่ไหว สระเล็กเด็กน้อย แต่วันนี้เจอเข้าไปเก้าคนจากชมรมโฮมสกูล สนุกสนานกันใหญ่

เล่นกันแบบนี้ดีมาก เด็กไม่ก้าวร้าวเพราะแม่อยู่ทุกแม่ ถ้าใครเริ่มเล่นแรงโดนแม่ดุทันควันไม่เหมือนที่โรงเรียนที่ครูดูไม่ทั่วถึง แล้วเด็กผู้ชายจะเล่นแรงหน่อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแม่ว่าได้หรือไม่ได้ วันนี้เด็กผู้ชายเล่นที่สระว่ายน้ำกันแรง ๆ เล่นแรงแต่ไม่ได้แกล้งกัน แบบนี้เล่นกันได้ เด็กผู้หญิงก็ไปเล่นกันเอง เด็กชายผลัดกันผลักตกน้ำ ผลัดกันดึง ถ้ายังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันทั้งสองฝ่าย เป็นอันว่าแม่ ๆ เห็นว่าไม่เป็นไร ที่โรงเรียนจะไปเล่นแรงมากขนาดนี้ไม่ได้

จบจากสระว่ายน้ำก็เล่นที่ปาร์คต่อ พอกลับบ้านมา เด็ก ๆ กินข้าวเย็นแล้วแปรงฟันนอนเลย เหนื่อยน็อคมาก วันนี้ไม่ค่อยสนใจ Mindcraft กันเท่าไหร่แล้ว แค่เล่นตอนเช้า กลับจากสระว่ายน้ำก็ดูวิดีโอยูทูปแล้วนอนเลย ไม่มีใครถ่างตาเล่น Mindcraft ต่อ

ตอนนี้ทรอยเป็นฮีโร่ในหมู่เด็กเพราะโตกว่าเขา เล่นเกมเก่งกว่าเขา แกวินทึ่งที่พี่เขาทำบ้าน Mindcraft ได้สวยงามเหมือนบ้านเราจริง ๆ ถามวินว่า ตกลงชอบพี่เอ็มมากกว่ารึชอบเพื่อนเด็ก ๆ มากกว่า วินบอกว่าชอบทั้งหมด ชอบทุกอย่าง

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Minecraft, the New Babysitter

เมื่อวานนี้เงาะชวนไปบ้าน เด็ก ๆ ดีใจบอกว่าอยากไปบ้านอีธาน เพราะอีธานกับแซ็คกี้มาบ้านสองรอบแล้วยังไม่ได้ไปบ้านอีธานสักที แต่พอตอนสิบโมง แกรนท์เจอกระชอนร่อนผัก แกรนท์อยากเอาไปเล่นในอ่างอาบน้ำ ลืมอีธานไปสักพัก จนสิบเอ็ดโมงไล่ต้อนเด็ก ๆ ขึ้นจากอ่าง แต่งตัว แปรงฟัน เตรียมของกินของแกรนท์แล้วบึ่งไปบ้านเงาะ

อยู่เมืองเดียวกัน รหัสไปรษณีย์เดียวกัน แต่ขับรถไกลพอควร ไม่ไกลมากสำหรับมาตรฐานเท็กซัส ไปถึงเงาะกำลังทอดปลา เด็ก ๆ วิ่งเล่นไล่กัน ทำเสียงดังวุ่นวายตามประสา ถ้ายังเสียงดังไม่ต้องดู ถ้าเงียบเมื่อไหร่รีบวิ่งไปดูทันที โดยเฉพาะถ้าเงียบแล้วมีเสียงหัวเราะคิก ๆ

เงาะทอดปลาเสร็จถามว่า อ้าว พี่ไม่กินเหรอ เราบอกว่า แกะปลาไม่เป็น เงาะหงายหลัง เลยเล่าให้ฟังว่า แหม ที่จริงนะ เคยมีคนรู้จักที่แกะปลาเก่งมากสุด ๆ คนนึงจนแม่เราถามว่าทำไมไม่แต่งงานกับเขาซะเลยละ โห มีคุณสมบัติแกะปลาเก่งนี่แม่เราถึงกะจะรีบยกเราให้เลย เรานี่คุณค่าน้อยประมาณนั้น

วินบอกว่าปลาน้าเงาะอร่อยแต่กินทีละคำแล้วก็วิ่งหายไป เหลือแม่นั่งคุยกับหลานสามีเงาะ ดูเรียบร้อยน่ารักดี หน้าตาสวยยังกะนางงามอเมริกาใต้ แต่เขาบอกว่าอยากเป็นหมอ

สักพักแม่สามีเงาะมาร่วมวง คุยกันสักพักเงาะสะกิดให้ไปบ้านข้าง ๆ ชื่อคุณแชซ Chastity ที่เขาเป็นตัวตั้งตัวตีโฮมสกูลในหมู่บ้านนี้ แบบว่าหมู่บ้านนี้มีโฮมสกูลเยอะมากจนเราชักสงสัยว่าเราอยู่ผิดหมู่บ้านหรือเปล่าเนี่ย อ๋อ คือว่าแต่ก่อนร่อนชะไร หมู่บ้านนี้ถูกขีดเส้นให้ไปโรงเรียนนึง แล้วต่อมาก็ถูกเปลี่ยนให้ไปอีกโรงเรียนนึง เราฟังแล้วเข้าใจทันที ถามคำแรก หมู่บ้านนี้มีคนผิวดำใช่ไหม เงาะงงคำถาม แต่ก็ตอบว่าใช่ เราบอกว่า เหมือนโรงเรียนของเราเลย บ้านอยู่เมือง Massapequa แต่ขีดเส้นให้ไปเรียนโรงเรียน Amityville เพราะหมู่บ้านมีคนดำกับคนขาวปนกัน แล้วขีดไปขีดมาโรงเรียน Massapequa มีแต่คนผิวขาว

ซึ่งอันนี้มันตรงข้ามกะหมู่บ้านเรา ตอนแรกโซนนี้ซึ่งเป็นโซนราคาค่อนข้างถูกกว่าบ้านอื่น ๆ ในหมู่บ้านนี้ถูกขีดให้ไปโรงเรียนอื่นที่ใช้ได้แต่ไม่ถึงกับดี แต่คนจีนคนแขกแถวนี้เดินขบวนกดดัน มีการลงชื่อแล้วมาเคาะประตูตามบ้านให้ช่วยกันลงชื่อ จนในที่สุดเขาต้องเปลี่ยนเส้นให้ไปเรียนโรงเรียนใหม่ ๆ รวมกับโซนอื่นที่บ้านราคาแพง ถึงตรงนี้จะไม่มีคนผิวดำก็เหอะ แต่กีดกันกันด้วยราคาบ้าน

ไม่ต่างจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยที่ขีดเส้นเบี้ยวไปกวาดเอาสะพานควายเป็นเด็กในเขต แต่หลังทางรถไฟที่เดินมาโรงเรียนได้เลยถือว่านอกเขต

พอเด็กแถวบ้านเงาะถูกขีดไปโรงเรียนที่ได้ชื่อว่ามีเด็กผิวดำมาก พวกฝรั่งผิวขาวพากันถอนลูกออกมาโฮมสกูลกันหมด การออกกฎหมายให้คนต้องเคารพนับถือในความเป็นคนเท่าเทียมกันมันทำได้ก็แค่พื้นผิว จะทำได้จริงต้องมาจากใจไม่ใช่จากกระดาษ

ไปบ้านแชซ เด็ก ๆ เล่นกับลูกชายคนเล็กที่บ้านนั้น เล่นกระโดดนินจาแบบเกมโชว์ญี่ปุ่นกัน อีธานน้อยใจเพื่อนไม่เล่นด้วย วิ่งไปร้องไห้ที่บ้าน ส่วนเจ้าแซ็กกี้ไปละเลงสีบ้านเขา เลยวงแตกอย่างเร็ว สรุปสั้น ๆ ว่าวันพุธจะมีประชุมสหกรณ์เด็กบ้านเรียน

เงาะบอกว่าให้ไปบ้านโบว์ อยู่ใกล้ ๆ เดินไปได้ แต่เราขับรถไปเพราะจะรีบพาแกรนท์มาส่งบ้านแล้วจะพาวินไปเรียนเปียโน พอเปิดประตูรถตู้ สองหนุ่มน้อยก็รีบวิ่งขึ้นรถตู้มาด้วย รถคนอื่นอยากนั่ง ตามประสาเด็ก เลยนั่งแบบไทย ๆ ไม่ต้องมีคาร์ซีตกันหละ ไปที่บ้านโบว์ อยู่แค่สุดซอย

ทรอยลูกชายโบว์พาเด็ก ๆ ไปเล่นวิดีโอเกม เกม Mindcraft ที่เราหลังเขามาก เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเล่น เด็ก ๆ ชอบมาก พอบอกว่าถึงเวลาไปเรียนเปียโน เด็ก ๆ กลับบ้านเอาไอแพดยื่นให้โหลดเกม แกรนท์เล่นเกมรอวินจนหลับไป แล้ววินก็เล่นเกมระหว่างรอแม่คุยกะครูเปียโน คุยกันยาวกว่าเรียนเพราะวันนี้อังเดรไม่มา ช่วงสี่โมงครึ่งว่าง ทำให้ครูมีเวลาเมาท์มอยกันต่อได้อีกยาว

เด็ก ๆ เล่นเกมกันถึงเวลานอน แล้วพอตื่นมาก็เล่นเกมกันทั้งวัน ชนิดว่ามานั่งหน้าปลั๊กไฟเพราะต้องเสียบไฟไปเล่นไป งุนงงมาก เหมือนไม่มีลูกเลยวันนี้ เงียบกริบ ไม่มากวน ตอนสาย ๆ พอนาฬิกาเรียกซ้อมเปียโน วินรีบมาซ้อมบอกว่ารีบ ๆ ซ้อมให้เสร็จ ๆ ไป จะเล่นเกม แม่จะได้ไม่มากวน

บ่ายสามเรานอนกลางวันอย่างสบายมาก ไม่มีลูกมากวน ทุกทีไม่ได้เลย เราอยู่ห้องไหนเด็ก ๆ จะอยู่ห้องนั้นด้วย วันนี้ได้ Mindcraft มาเป็นพี่เลี้ยงลูก คุ้มจัง เจ็ดเหรียญเลี้ยงลูกสองคนให้ทั้งวัน จนห้าโมงแล้วชวนเด็ก ๆ ไปว่ายน้ำ สองคนก็ยอมไปแฮะ ว่ายอยู่สองชั่วโมง เด็ก ๆ บอกว่าอยากกลับมาเล่นเกมหละ เป็นอันใช้ได้ ไม่ติดเกมเว่อร์เกินไปนัก แต่วันนี้ว่ายน้ำกันมาคงเหนื่อยเลยนอนกันหัวค่ำ ไม่เคยเห็นแกรนท์เล่นเกมอะไรติดขนาดนี้มาก่อน ทอมบอกว่ามันเหมือนสร้างเลโก้แต่เหมือนมีชิ้นส่วนไม่จำกัด

แต่ยายบอกว่าดีเหมือนกัน วันนี้แกรนท์เล่นเกม ไม่ดูเลยว่ายายป้อนอะไรมั่ง ยายเลยจับอาหารมีประโยชน์ ผลไม้ ป้อนใส่ปากไปเลย

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น