Legoland Road Trip 2016

ทริปที่เด็ก ๆ รอคอย ขับรถเที่ยวจากบ้านถึงเลโก้แลนด์ วันแรกออกเดินทางเกือบเก้าโมงเช้า แต่รถยังติดอยู่ เด็ก ๆ มีวอล์คกี้ทอล์คกี้คนละอัน นั่งพูดกันในรถมาหลายชั่วโมงทั้ง ๆ ที่นั่งเบาะกลางซ้ายคนขวาคน ยายนั่งอยู่ตรงกลาง เป็นที่หนวกหูยิ่งนัก ยายบ่นว่าแค่คุยกันยายก็หนวกหูแล้ว นี่คุยทีนึงเสียงออกสองข้าง แต่ก็ดีกว่าเด็กงอแงบ่นโวยวาย

ขับมาตลอดทางจนถึงนิวออลีน แวะแค่เข้าห้องน้ำ จอดรถกินข้าวเล็กน้อย ทุกคนกินข้าวในรถทั้งมื้อเช้ามื้อกลางวัน ไม่วุ่นวายต้องต้อนเด็กขึ้นลง เข้าตัวเมืองนิวออลีนไป Children’s Museum ของนิวออลีน เล็ก ๆ ไม่มีอะไรเท่าไหร่ เด็ก ๆ เล่นอยู่หนึ่งชั่วโมงใกล้ปิดก็กลับ

ขับรถมา Slidell ไม่พักในเมืองนิวออลีน วันธรรมดาพักชานเมืองราคาถูกกว่าพักในเมือง โรงแรม Homewood Suites คืนวันจันทร์ถึงพฤหัสมีอาหารเย็นให้ด้วย เลือกพักโรงแรมนี้จะได้ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องหาอาหารเย็น ได้สปาเก็ตตี้กุ้งที่กุ้งเยอะผักนิดเดียว กุ้งแถวนี้เอง สดมาก มีไวน์และเบียร์สดให้ดื่มเท่าไหร่ก็ได้ แม่ครัวแพ็คคุ้กกี้กล่องนึงมาให้เด็ก ๆ เที่ยวรัฐทางใต้สนุกมีความสุข คนบ้านนอกมีน้ำใจ เป็นกันเอง แต่งตัวยังไงก็ได้ ไม่ต้องลำบากแต่งตัวให้ดูดีและแขม่วพุงให้ดูผอมเหมือนเที่ยวยุโรป

กินอาหารเช้า เข้าห้องน้ำ แปรงฟัน อาบน้ำ อะไรต่ออะไร ออกจาก Slidell เก้าโมงกว่า ไป Pensacola ตอนแรกจะแวะ Foley ไปช้อปปิ้งแต่ฝนลงหนักมากจนต้องมุ่งหน้าเข้าโรงแรมเลย ไปถึงโรงแรมตั้งแต่ยังไม่เที่ยง โรงแรม Homewood Suites เหมือนเดิม มีตู้เย็น เตาแก๊ส ทำกับข้าวกินได้ กินอาหารกลางวันที่โรงแรมจนฝนซาออกไป Children’s Museum ของ Pensacola ดูเล็ก ๆ และกระจอก ๆ แต่เป็นที่ที่เด็กชอบมากที่สุด อยู่สามชั่วโมงจนปิดถึงออก ลงไปกินข้าวที่ร้าน Bangkok Garden เด็ก ๆ พูดไทยได้ เจ้าของร้านชอบใจให้รถแข่งมาคนละคัน

วันที่สามของการเดินทาง ขับมากที่สุด จาก Pensacola มาถึง Lakeland กว่าจะถึงวินก็เมารถ กินข้าวไม่ค่อยลง ที่ HyattPlace ของที่เมืองนี้ไม่มีไมโครเวฟ ไม่ประทับใจที่นี่

แต่อาหารเช้าของโรงแรมนี้ดี กินไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนเพราะขับรถอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรมเลโก้แลนด์ เด็ก ๆ เล่นต่อเลโก้ทำเป็นปืนไล่ยิงกับเพื่อน ๆ ที่โรงแรมระหว่างรอห้องพัก ส่วนเราก็เข้าไปในเลโก้แลนด์ก่อน ไปทำบัตรสมาชิกรายปี ถ้ามีบัตรนี้แล้วได้ลดราคาค่าโรงแรมสิบเปอร์เซ็นต์

เด็ก ๆ เล่นที่ล้อบบี้ข้างล่างอย่างสนุกสนานจนได้ห้องพัก ขึ้นไปห้องพัก เล่นกันในห้องพักจนบ่าย ชวนไปเลโก้แลนด์กันเหอะ วันหลังต้องเลือกมาถึงวันที่สวนสนุกปิดเด็ก ๆ จะได้เล่นที่โรงแรมให้เต็มที่ก่อน ไม่ต้องเสียเวลาวันที่สวนสนุกเปิดมาเล่นในโรงแรมแทนที่จะไปสวนสนุก

ต่อคิวทำบัตรสมาชิกรายปีให้ทุกคน ต่อคิวไม่นานราวสิบนาที พอให้เด็ก ๆ บ่น เด็ก ๆ เดินดูนั่นนี่ ไม่เห็นอยากเล่นอะไร พอดีไปเจอห้องที่ให้เด็กต่อเลโก้ทำเป็นรถแล้วเอามาวิ่งแข่งกัน เด็ก ๆ ชอบ ผู้ใหญ่ก็ชอบเพราะเป็นห้องแอร์ โธ่เอ๊ย ถ้ารู้ว่าชอบแค่นี้ไม่ต้องถ่อมาถึงฟลอริด้า พาไปแค่ Legoland Discovery Center ที่ดัลลัสก็พอ

เด็ก ๆ อยู่กันจนปิด เดินกลับโรงแรม เราว่าจะไปซื้อกับข้าวที่วอลมาร์ตมากิน แต่ขณะขับรถออกจากที่จอดรถ ตามองเห็นป้าย Publix ซุปเปอร์ แวะที่นี่ซื้อไก่อบ Chipotle Sweet & Sour รสชาติคล้ายน้ำพริกเผา เอามากับขนมปังและสไปรซ์ เด็ก ๆ นั่งกินข้าวเย็นในห้อง ดูทีวี ไม่เหนื่อยเท่าพาออกไปกินข้างนอก เด็ก ๆ เพิ่งเจอของแปลก ทีวี ปรกติอยู่บ้านไม่เคยดู ดูแต่ไอแพด วิ่งเล่นไปในห้อง ยังตื่นเต้นสนุกอยู่ แต่ปีนี้ไม่ปีนเตียงกระโดดลงมาเหมือนปีที่แล้ว อาจจะเพราะตอนไปเรือครูซกระโดดสิบหกวันมาจนพอ นั่งดูทีวีช่อง Disney Junior ของแปลกสนุกกว่า ที่จริงช่องนี้ที่บ้านก็มีนะแต่เด็ก ๆ ไม่เคยคิดจะดู

วันจันทร์กินอาหารเช้าที่โรงแรมเลโก้แลนด์ รู้สึกว่าบริการดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว หรือเพราะคนน้อยลงไม่รู้ ดูเหมือนคนไม่เต็ม กินตามสบาย ไปสวนสนุกตอนสายแล้วแต่คนก็ไม่เยอะอยู่ดี เด็ก ๆ อยากไปขับรถ Ford Driving School ที่ปีที่แล้วไม่ได้ขับเพราะอายุยังไม่ถึง แต่ขับไปรอบเดียวก็ส่ายหน้าว่าไม่เอาอีก มาขับรถดับเพลิงที่ปีที่แล้วขับกับพ่อแล้วสนุก ปีนี้ขับกับแม่แล้วไม่สนุก เด็ก ๆ ขับรอบเดียวเลิก เราก็เลยต้องพิจารณาตัวเองใหม่ว่าทำไมลูกเล่นกะเราแล้วไม่สนุก

อากาศก็ค่อนข้างร้อน ชวนเด็ก ๆ ไปทำรถต่อแข่งกับเพื่อนที่ห้องแอร์จนกลางวันกลับไปกินกลางวันที่ห้องพัก ทำแซนวิชไก่กินจากไก่น้ำพริกเผาที่เหลือเมื่อวาน เด็ก ๆ พักผ่อนดูทีวีจนบ่ายหน่อยกลับไปเล่นทำรถแข่งต่อ สรุปว่าซื้อสมาชิกรายปีมาต่อรถแข่ง แกรนท์อยากเล่นน้ำพุ แต่วินบอกว่าอยากเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำก่อน ยายเลยอยู่กับแกรนท์ที่น้ำพุ ส่วนวินจะเดินกลับมากับแม่ที่โรงแรม แต่เดินมายังไม่ทันถึงโรงแรม แม่ชวนวินแวะร้าน ซึ่งในนี้ก็ไม่มีของเล่นอื่นขายเลยนอกจากเลโก้ เล็ง Pick-a-Brick ซื้อของแปลก ๆ พวกพวงมาลัย ไฟ ของเล็ก ๆ ที่น้ำหนักน้อย เพราะที่นี้ขายเป็นแบบชั่งกิโล ปอนด์ละ $35.96 ถ้าซื้อของเบา ๆ ก็คุ้มมาก ๆ แต่ถ้าซื้อของหนัก ๆ เอาเป็นกระป๋องหนึ่งลิตรคุ้มกว่า

ได้เลโก้มา ตอนแรกแกรนท์ยังไม่เห็น เล่นที่สวนสนุกจนตาเหลือบมาเห็นเลโก้ที่แม่ซื้อ ลูก ๆ เลยอยากกลับโรงแรมไปต่อเลโก้ที่ลูกเรียกว่าเลโก้คิดเอง เป็นเลโก้ที่แม่ชอบซื้อเพราะไม่ต้องกลัวชิ้นส่วนหาย

วันอังคารสวนสนุกปิด กินข้าวเช้าที่โรงแรมแล้วออกไป Orlando Science Museum ที่นี่ทำดีมาก ๆ ดีกว่า Houston Natural Science Museum เยอะมาก ของฮิวสตันเหมาะกับผู้ใหญ่ไปดู ใหญ่อลังการกว่าก็จริง แต่ของออแลนโดออกแบบมาให้ผู้ใหญ่กับเด็กไปดูด้วยกันได้ ผู้ใหญ่ก็สนุกได้ความรู้ เด็กก็ได้เล่น แล้วที่จริงผู้ใหญ่ใจเด็กก็แอบเล่นไปกับเด็กซะเลย

ตอนบ่ายออกมาแวะซื้อกับข้าวที่ร้านเวียดนามในดาวน์ทาวน์ ได้น้ำหวานเฮลส์บลูบอยรสสละที่ที่ฮิวสตันไม่มีขาย คว้ามาสองขวก มาม่าอีกสองแพ็ค ได้ละ อาหารเย็น

วันพุธไป Children’s Museum ที่ Lakeland เจอรีเซฟชั่นไม่รู้เรื่องว่าบัตรสมาชิกของฮิวสตันใช้เข้าที่นี่ได้ด้วย ขี้เกียจเถียง จ่ายค่าเข้าไป นึกซะว่าเช่าเล่นสองชั่วโมงให้ลูก ไม่มีคนเลย น่าแปลกใจ เพราะเมืองอื่นเขาก็มีแม่พาลูกเล็กมาพิพิธภัณฑ์กัน เด็ก ๆ ชอบเล่นเก็บส้มที่สุด ไม่มีคนเลยเล่นอะไรยังไงก็ได้ แต่ว่าไม่มาอีกแล้ว Lakeland รู้สึกว่าเมืองนี้ห่วย โรงแรมในเครือเดียวกันก็ห่วยกว่าโรงแรมอื่น พัก Hyatt Place ที่เมืองไม่เคยรู้สึกว่าไม่ประทับใจเท่าที่ Lakeland มิวเซียมก็ห่วยกว่าที่อื่น ปีหน้าไป Tampa ดีกว่า

วันพฤหัสสวนสนุกเปิดแต่คนน้อยอยู่ดี ไปต่อคิวนั่ง Island in the Sky นั่งชมวิว แต่เครื่องมีปัญหา คงจะคนเยอะเกินน้ำหนักเกิน เพราะพอให้คนออกก็ขึ้นได้ แต่แกรนท์รำคาญไม่อยากนั่งแล้ว อยากรีบไปต่อรถแข่งกับเพื่อน อันนี้ผู้ใหญ่ก็ชอบนะ ห้องแอร์ สบาย เด็ก ๆ ง่วนอยู่ เราก็เลยไปลงเรียนคลาส Lego Mindstorm โดยไม่มีลูก อู๊ย มีความสุข คุ้มแล้วที่มา อายเด็กนิดนึง แต่พอดีคนไม่เต็มก็เลยไม่ต้องรู้สึกว่าแย่งเด็กเรียน

ตอนกลางวันกลับไปกินข้าวที่โรงแรม นั่งพักผ่อนแล้วบ่ายค่อยกลับมาใหม่ แบบนี้รู้สึกว่าดี มาหลายวันค่อย ๆ เที่ยวไป

วันศุกร์วันสุดท้าย ยุ่งหน่อย แพ็คของ ลงมากินข้าวแล้วเอาของใส่รถ เช็คเอาท์แต่เด็ก ๆ ไปเลโก้แลนด์ต่อรถแข่งกันจนถึงบ่ายโมง ออกจากสวนสนุกมาพัก Homewood Suites ที่ Tallahassee ก่อนเข้าโรงแรมแวะวอลมาร์ตซื้อกับข้าวก่อน เด็ก ๆ มองเห็นร้าน Dollar Tree แวะกันซะพักใหญ่ กว่าจะได้เข้าโรงแรม

วันเสาร์กินข้าวเช้าแล้วออกจากโรงแรม แวะช้อปปิ้งที่ Foley ยายมุ่งหน้าไปร้าน Corelle ส่วนหลานไป Toys R Us Outlet ไม่ขัดกัน ต่างคนต่างได้ของถูกใจ แต่ไม่มีใครอยากดูรองเท้าพละ เด็ก ๆ ต้องมีรองเท้าพละไว้ใส่ไปแสดงเปียโน ยังไม่ได้ซื้อสักที ขี้เกียจช้อปเวลาลูกไม่ร่วมมือ ตกลงไม่ช้อป ขับรถมามุ่งหน้าไป Gulfport ตอนขับผ่านเรือรบ USS Alabama ถามลูก ๆ ว่าแวะมั้ย ดีว่าลูก ๆ อยากแวะ สมใจแม่ เพราะเราก็อยากจะแวะมาสี่รอบไม่เคยได้แวะสักที

เห็นรถ Duck ชวนลูก ๆ ไปนั่งชมเมือง Mobile เขาเป็นรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ขับลงน้ำข้ามแม่น้ำไป เด็ก ๆ ชอบใจตอนกัปตันเร่งเครื่องลงแม่น้ำ อันนี้ผู้ใหญ่ชอบ เด็ก ๆ ฟังไม่รู้เรื่องไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ชอบแค่ตอนลงน้ำ ไกด์ทัวร์สองคนผลัดกันบรรยาย เวลาบรรยายดูเขามีความสุขที่ได้พูดถึงรัฐอลาบาม่า คนแถวนี้รักถิ่นและเป็นมิตรมาก ๆ รถผ่านไปตรงไหนก็มีแต่คนโบกมือให้

พอชมดาวน์ทาวน์เสร็จเขาก็พาไปแม่น้ำอีกฟากที่เรือรบจอดอยู่ ให้เราได้ชมเรือรบจากทางฝั่งแม่น้ำ พอขับไปถึงแม่น้ำแล้วกัปตันเรียกแกรนท์มาขับเรือ ยายกระซิบว่าตอนแรกคิดว่าค่านั่งชมแพง แต่ตอนนี้รู้สึกว่าถูก

แกรนท์ขับเรือเอง นั่งเก้าอี้กัปตัน ท่าทางภูมิใจจัด วินเลยอยากขับบ้าง พอเด็ก ๆ ขับหมดแล้ว กัปตันก็ให้เด็กโตกว่าและผู้ใหญ่ที่สนใจมาขับบ้าง

ตกลงเลยไม่ได้ขึ้นไปชมบนเรือรบ คิดว่าต้องมาช่วงอากาศเย็นกว่านี้หน่อย จริง ๆ เราก็อยากเห็นมาก แต่ไม่เป็นไร แค่ได้แวะก็ยังดี เด็ก ๆ ได้ขับเรือก็ดีมากแล้ว เล่าให้พ่อฟังพ่ออิจฉาว่าแหม ฉันไปนั่ง duck ที่อื่นไม่เห็นได้ขับบ้างเลย

ขับรถมาถึง Gulfport โรงแรม Home2 Suites อ้าว จำโรงแรมผิด ปีที่แล้วพัก Hilton Garden Inn ที่อาหารอร่อยจนเลียจาน นึกว่าอยากจะมาพักที่เดิมเพราะยังใฝ่ฝันถึงหมูอบของเขา เป็นอันว่าไม่ได้เลียจาน แต่โรงแรมดี ใหม่เอี่ยม น่าพักทีเดียว มีครัวด้วย แต่ไม่มีเตา ทำกับข้าวเย็นกินกันเอง ไม่ต้องเหนื่อยหอบหิ้วเด็กออกไปไหน ตั้งแต่มีลูกนี้รายจ่ายโดยรวมน้อยลงเพราะไม่เคยออกไปกินข้าวนอกบ้าน ขี้เกียจจะออก อยู่บ้านดีกว่า

วันสุดท้าย กินอาหารเช้าแล้วขับรถไม่ต้องดูจีพีเอสกันหละ ถ้าขึ้น I-10 ได้ไม่มีหลงทาง ขับตรงถึงบ้านได้แน่นอน ขับรถในอเมริกานั้นง่ายแสนง่าย ถนนใหญ่ ข้างทางก็มีปั๊ม มีห้องน้ำ อะไร ๆ ก็สะดวกไปหมด โรงแรมก็ดี

แวะร้าน Buc-ee ที่มีไส้กรอกรสชาติถูกใจวิน แล้วมาแวะซื้อกับข้าวร้านจีนก่อนเข้าบ้าน เด็ก ๆ ดีใจมากที่มาถึงบ้าน บ้านเราสบายที่สุด วินบอกว่าอยากมีบ้านวิเศษกดปุ่มแล้วเอาบ้านไปเที่ยวด้วยได้ แม่เลยขัดคอว่า แต่ถ้าเอาบ้านไปด้วยได้เปียโนก็ต้องไปด้วยแล้วต้องซ้อมเปียโนทุกคืนด้วยนะ ว่าแล้วก็เรียกลูก ๆ มาซ้อมเปียโน

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

You Can Call Me GTC

เด็ก ๆ ชอบอ่านหนังสือเรื่อง Little Critter หรือที่จริงคือหนังสือเรื่อง Little Critter อ่านตัวเองให้เด็กฟัง หนังสือกระดาษเล่มละ $3.99 ค่าส่งฟรีถ้าเป็นสมาชิก Amazon Prime ซึ่งก็เป็นอยู่แล้ว แค่ดูหนังแทน Netflix ก็คุ้ม แต่ว่าหนังสือทางไอแพด นอกจากอ่านให้เด็ก ๆ ฟังได้แล้ว ยังเล่มละ $0.99 ไม่ต้องรอส่ง กดดาวโหลดปุ๊บอ่านได้ทันที

มีอยู่เรื่องนึงที่เด็ก ๆ ชอบมาก เรื่อง Little Critter เก็บตังค์ซื้อของเล่นแล้วตังค์ไม่พอ อารมณ์เสีย แล้วไปเห็นเด็กคนนึงชื่อ Holden Harrison เขาบอกว่าเรียกเขาว่า HH ก็ได้ ที่บ้านของ HH มีของเล่นเต็มไปหมด Little Critter อยากมีบ้าง

เมื่อวันอาทิตย์ไปเรียนภาษาจีนครั้งแรก เป็นคลาสตอนเช้าเพราะว่าเป็นคลาสสอนอ่านแบบ bopomofo ที่เราก็สนใจอยากเรียนอยู่นะ เพราะแบบ pinyin รู้อยู่แล้ว มีผู้ปกครองเข้าไปด้วยห้าคน เป็นผู้ปกครองของเด็กชายทั้งหมด ไม่มีผู้ปกครองของเด็กหญิงเข้ามาเลย คอยมากำกับลูกไม่ให้ทำวุ่นวาย แต่ก็ช่วยเก็บขยะ ดูแลเด็ก ๆ พาไปห้องน้ำ อะไรต่าง ๆ ด้วย ยายเห็นมีอาม่าคนอื่นเข้ามานั่งกำกับหลาน ยายเลยเข้ามาบ้าง

เข้าคลาสมา ครูเบนสอนแค่ประโยคเดียว Ni Hao Ma กินเวลาไปสี่สิบห้านาที แกรนท์นั่งยุกยิก ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำความวุ่นวาย นั่งฟังครูได้บ้าง ส่วนวินตั้งใจฟังครู แม้จะเบื่อและง่วง หาว แต่ก็ตั้งใจฟังแบบเด็กห้องคิง แต่ที่ตั้งใจเรียนที่สุดคือยาย

พอเรียนจบแค่หนึ่งประโยคก็ถึงเวลาครูเบนบอกว่าให้พักเล่นได้ เปิดเลโก้ที่เราหิ้วไปเองสองลัง พอเปิดออกมา เด็ก ๆ เงียบ เล่นกันง่วนมาก ค่อยรู้สึกคุ้มหน่อย อุตส่าห์ซื้อมาเกือบจะครบทั้งเมือง มีทุกอย่างทั้งรถพยาบาล รถตำรวจ รถบัส มอเตอร์ไซค์หลายแบบ รถเก๋งหลายแบบ เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินหลายแบบ รถบรรทุกหลายแบบ มีมากพอที่เด็กสิบห้าคนเล่นโดยไม่ต้องแย่งกัน

หลังจากเล่นไปราว ๆ ครึ่งชั่วโมง ครูใหญ่มาเรียกครูเบนไป เรากระซิบบอกครูเบนว่าไปเหอะ เดี๋ยวฉันดูแลคลาสให้เอง

หลังจากครูเบนโดนครูใหญ่ขนาบว่าเล่นมาไปแล้วรึเปล่า ครูเบนกลับมาเลยบอกเด็ก ๆ ว่าเดี๋ยวเก็บของเล่นก่อน พอเก็บของเล่นเสร็จ เด็ก ๆ หิวมาก ไม่ใช่แค่เด็กบ้านนี้ แต่หิวกันทุกคน ตอนเล่นไม่มีใครพักกินอะไรเลย ง่วนกันมากกับเลโก้ที่เด็ก ๆ คนอื่นไม่เคยเห็น หลายชิ้นเป็นเลโก้ยุคเก่าที่เราสะสมมาตั้งแต่ลูกยังไม่เกิดด้วยซ้ำ สมัยนั้นเนื้อพลาสติกดีมาก เป็นพลาสติกเนื้อนิ่มและมันปลาบ ไม่ใช่แบบพอรับได้เหมือนสมัยนี้ที่ราคาต่อชิ้นถูกลงแต่คุณภาพก็ลดลงด้วย

หลังจากเด็ก ๆ กินขนมเสร็จแล้ว ครูเบนสอนต่ออีกสองประโยค Wo hen hao กับ Wo bu hao ยายจำได้ แต่หลานจำไม่ได้ ฮ่า

หลังเลิกเรียนไปช้อปปิ้งซื้อกับข้าวร้าน Jusgo ที่ยายชอบไปซื้อนักหนา ของสดคุณภาพดีราคาถูกเหมือนไปตลาดตรอกหม้อประมาณนั้น แต่ว่าที่จอดรถที่นี่น่าเบื่อมาก มีไม่พอกับจำนวนคนที่มาซื้อของ แล้วแต่ละคนก็จอมเสียบกันทั้งนั้น

ต่อไปซื้อของ Whole Foods แล้วเลยไป Costco กว่าจะกลับถึงบ้านเด็ก ๆ ก็เหนื่อย แม่ก็เหนื่อย นี่ขนาดไม่ได้ไปโรงเรียนตอนจันทร์ถึงศุกร์ยังเหนื่อยเลย คนอื่นเขาอยู่กันได้ไงเนี่ย

กลับมาถึงบ้าน เด็ก ๆ หยิบเลโก้ที่เอาไปเล่นที่โรงเรียนมาเล่นกันใหญ่ เพิ่งเห็นคุณค่าอีกครั้งหลังจากไปเห็นว่าเพื่อน ๆ เขาเล่นกันสนุก เลยง่วนเล่นของเลโก้กันใหญ่ไปอีกหลายวัน

วันอังคารชวนเงาะพาลูกไปเล่นกันที่ Memorial City Mall ต้องรีบไปเล่นเพราะแกวินตัวสูง ปีหน้าก็จะเข้าไม่ได้แล้ว ที่เล่นเขาดีมาก โดยเฉพาะเล่นฟรี จะมีอะไรให้บ่น ต่อให้ไม่ดีเท่านี้ยังไม่มีอะไรจะบ่นเลยจริง ๆ

เด็ก ๆ วิ่งเล่นกัน อีธานอายุไล่เลี่ย เล่นกับแกรนท์กับแกวินได้สนุก ส่วนแซ็คยังเด็กกว่าเขา ไปวิ่งเล่นคนเดียวมากกว่า ส่วนเด็กโตหน่อยไปหาเพื่อนวัยใกล้เคียงกันได้มาอีกสองคน วิ่งเล่นกันเป็นกลุ่ม ลูกเราก็เข้ากลุ่มกับเขาได้โดยไม่จำเป็นต้องไปหัดที่โรงเรียน

ออกมาจากที่เล่น เด็ก ๆ อยากนั่งรถไฟ ราคาไม่ค่อยถูก แต่เด็ก ๆ ชอบ ก็ให้นั่งไปคนละที แล้วไปนั่งกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ต เล่นม้าหมุนกัน เงาะต้องไปคุมเด็ก ๆ เพราะแซ็คยังไม่ค่อยรู้เรื่อง ส่วนเรานั่งรออยู่ข้างนอก ไม่รู้ว่าสมัยก่อนนั่งม้าหมุนห้ารอบติดกันไปได้ไง ตอนนี้แค่ยืนกับลูกรอบเดียวก็เริ่มมึน ๆ

วันพุธยายได้มะม่วงดิบ ๆ มา กับทำข้าวมันไก่ เลยได้รับหน้าที่เอากับข้าวไปส่งให้หมอนิ้ง ส่วนเด็ก ๆ ไม่ได้ตามไปด้วย มัวเล่นเลโก้อะไรก็ไม่รู้ที่เด็ก ๆ ซื้อมา มันเป็นเลโก้รุ่นใหม่ซุปเปอร์ฮีโร่ที่แม่ไม่รู้จัก สมัยเรามีแต่เลโก้ซิตี้ รถไฟ รถตำรวจ รถดับเพลิง ไม่มีเลโก้ซุปเปอร์ฮีโร่

ตอนเย็นถึงเวลาเรียนยิมนาสติกที่เด็ก ๆ ถามเรื่อยว่าถึงเวลาไปเรียนยิมนาสติกหรือยัง วินตั้งใจฟังครูสอนตามเคย ส่วนแกรนท์ก็ถือว่าตั้งใจ ถ้าเทียบกะเด็กคนอื่นในชั้นถือว่าตั้งใจค่อนข้างมากทีเดียว เด็กผู้ชายสี่คนตั้งใจเรียนทุกคน ส่วนเด็กผู้หญิงแปดคน มีอยู่สองคนที่ชอบทำวุ่นวาย แต่คนนึงเกิดชอบคุยกับแกรนท์ มาจ๋อแจ๋คุยกับแกรนท์อยู่ตลอด แต่บางทีคงสับสนว่าคนไหนเป็นคนไหนเพราะสองคนนี้แต่งตัวเหมือนกัน วิ่งไปนั่งติดกับวิน แล้วสักพักคงสังเกตว่าคนละคนกันนี่หว่า ก็จะวิ่งกลับมานั่งข้างแกรนท์ใหม่ พอคุยกับแกรนท์ซะก็เลยไม่ไปทำวุ่นวายในคลาสเหมือนคลาสที่แล้ว

วันนี้ตอนเช้าถามเด็ก ๆ ว่าจะไปไหนมั้ย จะไป Children’s Museum มั้ย แกรนท์บอกว่าเบื่อแล้ว ถามว่าจะไป Natural Science Museum มั้ย ก็บอกว่าเบื่อแล้ว พอดีมีเลโก้รุ่นเก่าที่เราสั่งมาจากอีเบย์มาส่ง เด็ก ๆ เลยอยู่บ้านเล่นเลโก้ สรุปว่าที่บ้านนี้สนุกที่สุด หรือเพราะแม่สนุกที่สุดด้วยก็ไม่รู้ เปิดกล่องออกมา แม่เอามาชื่นชมยกใหญ่ว่าได้เลโก้รุ่นเก่าสภาพดีเลิศมาในราคาถูก แต่ขอทำใจนิดนึงว่าอีกไม่เกินห้านาทีสภาพมันจะไม่ดีเลิศอีกต่อไปแล้วก็ส่งให้ลูกไปเล่นกัน

เด็ก ๆ จะรู้มั้ยว่าตัวเองนี่แหละ Holden Harrison จากเรื่อง Little Critter ตัวจริง

ตอนบ่ายบอกเด็ก ๆ ว่าซ้อมเปียโนและกินข้าวเย็นเร็ว ๆ หน่อย จะได้ไปเล่นกับอีธานอีก เด็ก ๆ ก็ซ้อมเปียโนและกินข้าวเย็นเยอะมาก แกรนท์บอกว่ากินให้อิ่มไปเล่นจะได้ไม่หิว แล้วไปนัดเจอกับเงาะที่ปาร์คหมู่บ้าน ปาร์คหมู่บ้านเราออกจะใหญ่และน่าเล่น แต่คนเล่นค่อนข้างน้อยถ้าเทียบกะว่าหมู่บ้านนี้มีตั้งหกพันหลังคาเรือน แต่มีเด็กมาเล่นวันนึง ๆ ไม่ถึงห้าสิบคน ไม่รู้เด็กคนอื่นเขาไปไหนกัน

เด็ก ๆ เล่นกันได้ดี แม่ ๆ ก็เลยเจอกันบ่อย สมัยก่อนหมาถูกคอกัน เจ้าของก็พลอยถูกคอกัน หมากัดกัน เจ้าของก็ส่งสายตาพิฆาตใส่กัน ถ้ากัดแทนหมาได้กัดแทนไปแล้ว

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

First Week of School

สัปดาห์นี้สัปดาห์เปิดเทอมของเด็กคนอื่น ๆ เด็ก ๆ ที่บ้านนี้ตื่นเต้นมาก ถามทุกวันว่า แม่ คนอื่นเขาไปโรงเรียนกันรึยัง

วันแรกของการเปิดเรียน รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย เหมือนวันแรกที่เลิกทำงาน มันรู้สึกว่าแปลก ๆ และเหมือนกับทำอะไรผิด ต้องปรับความคิดจากแกะที่เดินตามทางที่สังคมขีดมาเป็นแกะดำ

ฝนตกหนักมากวันแรกของโรงเรียนเปิดเทอม ดีใจมากที่ลูก ๆ ไม่ต้องไปโรงเรียน นึกภาพแกรนท์นั่งงุ่นง่านอยู่ในห้องเป็นหนูติดจั่นแล้วสงสารครู ตอนกลางวันพาเด็ก ๆ ไปลงทะเบียนเรียนภาษาจีนที่โรงเรียน เขาบอกว่าโรงเรียนเปิดเทอมมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

อีเมล์ไปถามเบนว่าโรงเรียนเปิดเทอมแต่เมื่อวานรึว่าภาษาจีนฉันมันห่วยกันแน่ เบนบอกว่าเปิดแต่เมื่อวานจริง ๆ แต่ดีแล้วที่เราไม่ได้มาเพราะนักเรียน ผู้ปกครอง เยอะแยะ เต็มห้องและวุ่นวายมาก เบนต้องขอเกลี่ยเด็กไปห้องอื่นบ้าง อ่าว เกลี่ยเด็กไปห้องอื่นแต่รับเด็กโค่งของเรา อย่างนี้ครูใหญ่มิค้อนเอารึ

รู้สึกแปลกอยู่ได้แค่วันเดียวก็ปรับตัวได้กับการที่ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่เหมือนการไปโรงเรียน ยี่สิบปียังไม่ชิน ปรับตัวไม่ได้ วันจันทร์ทีไรอยากจะเป็นลม พอวันอังคารชวนลูก ๆ ไปพิพิธภัณฑ์กัน ไม่ได้ไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ในเมืองมานานแล้ว แต่พอไปถึง อ้าว ที่ในเมืองเขายกเลิก Block Party ไปแล้ว เลยต้องไป Children’s Museum แทน

วาดฝันว่าจะคนน้อย ที่ไหนได้ คนไม่น้อย ถึงจะไม่เยอะก็เหอะ ส่วนมากเป็นเด็กเล็ก สงสัยอัดอั้นมาจากตอนโรงเรียนปิดเทอม ตั้งหน้ารอโรงเรียนเปิดเทอมแล้วมากันใหญ่ กับพวกเด็กโตหน่อยที่พ่อแม่ถือกล้องมา คงจะเป็นคนจากเมืองอื่น พิพิธภัณฑ์เด็กที่นี่ใหญ่ใช้ได้ ถ้าไม่เคยมาเลยมาห้าวันติดกันก็ยังดูไม่ทั่ว

เด็ก ๆ ไม่ได้มาที่สาขานี้สักสองสามเดือนแล้ว พอมาเห็นของเล่นเก่า ๆ ที่เขามีอยู่แล้ว บางอย่างเด็ก ๆ เคยเดินผ่านไปเพราะไม่เข้าใจ แต่พอตอนนี้เข้าใจ อย่างการต่ออุปกรณ์อิเลคโทรนิกที่ตอนแรกแม่บอกลูก ๆ ว่าไปเล่นอย่างอื่นก่อนไป๊แม่จะเล่นอันนี้ ฮ่า ฮ่า ก็กลายเป็นว่า เด็ก ๆ สามารถต่อวงจรสายไฟขั้วบวกเสียบขั้วบวก ขั้วลบเสียบขั้วลบเองได้ ตอนแรกเด็ก ๆ ก็ถามว่าจะต่อทีละหลาย ๆ ชิ้นยังไง เราก็ต่อวงจรให้ลูกดูว่าทำแบบนี้ถึงจะต่ออุปกรณ์สองอย่างจากแบตเตอรี่อันเดียวได้ แต่ตอนทำให้ดูสองหนน่ะต่อคนละแบบ หนนึงต่อแบบอนุกรม อีกหนต่อแบบขนาน แต่ไม่ได้อธิบายเรื่องความแตกต่างระหว่างการต่อวงจรทั้งสองแบบ เพราะรู้สึกว่าพูดไปลูกก็ยังไม่เข้าใจ และให้ลูกค้นพบเองจะดีกว่า แกวินเลยต่อทั้งแบบอนุกรมและขนานในวงจรเดียวกัน แล้วก็สงสัยว่า เอ๊ะ แม่ ทำไมต่อแบบนี้แล้วกระดิ่งมันไม่ค่อยดัง

อยากจะรู้เหมือนกันว่าอีกสองเดือนลูกจะหาคำตอบได้ไหมว่าทำไมกระดิ่งไม่ค่อยดัง

หลักการโฮมสกูลของ John Holt ง่ายมาก แต่ทำยาก ที่ทำยากเพราะเราถูกครอบงำความคิดแบบผิด ๆ มา โฮลท์บอกว่า อย่าสอนอะไร อย่าสอน อย่าสอน อย่าสอน แบบว่าหนังสือของโฮลท์นี่ถ้านับประโยคว่าอย่าสอน คงหมดไปแล้วครึ่งเล่ม แต่ดูจากพัฒนาการของลูกแล้ว เป็นจริงดังโฮลท์ว่า ไม่ได้สอนอะไรเลย รอแค่ลูกถาม พอลูกถามเราทำให้ดูตามที่ลูกถาม นี่คือตอบคำถาม ไม่ใช่สอน สอนคือเราคิดเอาเองว่าลูกควรรู้อะไรแล้วเอาสิ่งนั้นมายัดเยียดใส่สมองของลูก ซึ่งมันก็มักจะไม่ได้ผล

wp-image-1760548431jpg.jpeg

จากเมื่อก่อนที่ลูกเคยดูของเล่นที่เขาให้วางเมืองบนไม้กระดานที่โยกเยกได้เพื่อดูว่าวางยังไงไม่ให้ไม้เอียงล้ม คือสอนเรื่องการบาลานซ์สิ่งของนั่นแหละ เดิมลูกเคยดูแล้วไม่มีความเข้าใจ แต่ครั้งนี้ลูกเข้าใจแล้วโดยที่แม่ไม่ได้สอน ความจริงเคยยัดเยียดให้ลูกดูแต่ลูกไม่สนใจดู และแม่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะทนยัดเยียด บวกกะลูกก็เป็นตัวของตัวเองมากเกินกว่าจะมาทนฟังแม่พล่ามในสิ่งที่ลูกไม่สนใจฟัง

ลูกเข้าใจแล้วยืนเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ๆ ส่วนแม่ขอตัวนั่งรอ ไม่ไปยืนใกล้ ๆ ไม่งั้นอดสอนไม่ได้ว่าให้วางตรงนั้นตรงนี้ เลยไปนั่งห่าง ๆ แล้วแอบดูว่าลูกทำอะไรกัน ตอนแรกลูก ๆ ก็เอาบ้านมาเล่นเฉย ๆ แล้วต่อไปก็ค่อย ๆ ทดลองวางบนแผ่นโยกเยกให้มันตก ทดลองด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีแม่ไปจุ้น

wp-image-455826440jpg.jpeg

อีกอย่างที่ลูกไม่เคยเข้าใจคือชุดต่อโมเลกุลที่มีพลาสติกเป็นอะตอมกับยางเป็นพันธะเชื่อมต่อจากอะตอมเป็นโมเลกุล เด็ก ๆ บ้านนี้เอามาต่อเป็นรูปร่างต่าง ๆ กลายเป็น Star Wars ทั้งกองทัพ แล้วก็เอามาเล่นเป็นสงคราม เด็กคนอื่นที่แม่ยืนกำกับอยู่ให้ต่อแบบนั้นแบบนี้ ยืนชี้ว่าต้องเอาอันนั้นมาเชื่อมอันนี้ ต่อออกมาแล้วได้เหมือนโมเดลของโมเลกุลน้ำตาลเปี๊ยบ แต่ขณะที่ต่อไปสายตาก็แอบเหลือบมามองว่าเด็กสองคนนั้นเขาทำอะไร สายตาแบบว่าอยากลองทำบ้าง แกรนท์คงดูออก เอาอันที่ต่ออันนึงไปยื่นให้เขา ทำนองว่าชวนเล่นด้วยกัน เรารีบบอกว่า ไม่เป็นไรแกรนท์ เพื่อนเขาเรียนหนังสืออยู่ คำว่าเรียนหนังสือเป็นคำหยาบคายสำหรับแกรนท์ แกรนท์เลยไม่ไปยุ่งกับเขา จริง ๆ แล้วเราแอบชื่นชมลูก ๆ อยู่นะที่สามารถมองเห็นของเล่น Star Wars จากชุดต่อโมเลกุลได้เนี่ย

wp-image-932751071jpg.jpeg

wp-image-157719372jpg.jpeg

ตอนนี้พิพิธภัณฑ์เด็กมีเลโก้ให้ต่อเป็นรถแล้วเอามาวิ่งแข่งกันเหมือนที่เลโก้แลนด์ด้วย ลูก ๆ ก็ชอบเล่น มีเด็กผู้ชายคนนึงเล่นง่วนอยู่ แม่เขาบอกว่าวันนี้เพิ่งเอาไปตรวจที่โรงพยาบาลเพราะครูบอกว่าลูกสมาธิสั้น นั่งเฉยในห้องไม่ได้ เราคิดในใจ เอิ่ม สั้นตรงไหน เห็นต่อรถอยู่ตั้งสองสามชั่วโมงพอกับแกรนท์ที่เคยถูกวินิจฉัยว่าสมาธิสั้น ลูกเขาดูมีความคิดสร้างสรรค์ดีออก จากที่เราสังเกตวิธีเล่น ตอนแรกต่อรถธรรมดา แล้วต่อมาก็เอาล้อออกแล้วดูซิว่ามันจะลงมาเร็วเท่ากันมั้ย แล้วก็เอาชิ้นส่วนอื่นมาดูว่ารถวิ่งมาทับจะชิ้นส่วนกระจายมั้ย ความจริงแล้วเราว่าลูกเขาเป็นโรคโธมัส เอดิสัน ฉลาดเกินกว่าระบบโรงเรียนจะเข้าใจ แล้วอีกอย่างครูอนุบาลส่วนมากก็เป็นผู้หญิงแบบผู้ยิ้งผู้หญิง ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท วิศวกรหญิง ช่างกลหญิง ก็มักจะไม่เข้าใจความคิดแบบวิศวกร

ลูก ๆ สนุกกับพิพิธภัณฑ์เด็กมาก ไปติดกันสามวันเต็ม อาทิตย์นี้งดไปร่วมกิจกรรมกับชมรมบ้านเรียนเพราะคุณนายคนหนึ่ง เราอธิบายกับทอมว่าหล่อนทำตัวแบบนี้ She’s the Queen of England and we are her subjects to be ruled. ก็เลยขี้เกียจไป รู้สึกว่าไปพิพิธภัณฑ์เด็กต่อดีกว่า เงาะก็ไม่ได้ไป พอดีลูกป่วย เราเองไม่เห็นด้วยกับทิศทางของสหกรณ์นี้ที่ตอนแรกก่อนควีนออฟอิงแลนด์จะมาทำยุ่ง นโยบายเป็นแบบสบาย ๆ แต่พอคุณเธอเข้ามา มันกลายเป็นว่าเธอกำหนดแผนการสอนมาทั้งสี่สิบสัปดาห์เรียบร้อยแล้ว แต่เราคิดว่าถ้าผู้ปกครองจะต้องมีแผนการศึกษา ฉันส่งลูกไปโรงเรียนไม่สบายฉันกว่าหรือ ตอนประชุมเราก็ออกความเห็นแล้วว่า ทำไมไม่ปรับเปลี่ยนไปแต่ละสัปดาห์ในเมื่อเราไม่ใช่โรงเรียนเราต้องไม่ทำตัวเป็นโรงเรียน เราต้องทำตัวให้ปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการของเด็ก ลูกเราแค่สองเดือนยังเปลี่ยนไปมาก จะไปกำหนดอะไรทีละปี แต่ถ้าเงาะไปเราก็ไป เพราะจะพาลูกไปเล่นกับลูก ๆ เงาะ ไม่ใช่เพราะจะไปเรียนอะไร

หลังจากค้นหากูเกิล ก็ไปเจอว่าที่สมาคมวายเอ็มซีเอมีให้กลุ่มบ้านเรียนมารวมกันเล่นกีฬาเป็นทีมที่สมาคมทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ตอนบ่าย เออ อันนี้เหมาะกับลูกเรามากกว่า การเรียนแบบโฮมสกูลเราก็ต้องลองผิดไปจนกว่าจะเจอถูก

วันพุธตอนเย็นชวนลูก ๆ ไปเรียนยิมนาสติก ตอนแรกแกวินกลัวมากที่ได้ยินคำว่าไปเรียน เพราะนึกว่าจะมีครูดุเหมือนพวก camp counselor ที่เห็นที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ตอนที่ลูก ๆ ไปเล่นที่ Block Party Too ตอนโรงเรียนยังปิดเทอมอยู่ แกวินถามว่าไปเรียนยิมนาสติกต้องทำอะไร เราเลยต้องตีลังกาให้ลูกดูว่าเขาให้ทำแบบนี้นะ หลังแทบยอก แต่ลูกสบายใจขึ้นบอกว่า โอเค จะไปลองดู แล้วถ้าทำไม่ได้ หกล้ม ทำยังไง เราบอกว่า ถ้าหกล้มต้องหัวเราะแบบนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

พอไปจริง ๆ แกวินยังกลัวเล็กน้อย เราบอกว่าแม่จะนั่งรอข้างนอกตรงหน้าต่างกระจก ถ้ามีปัญหาอะไรให้ชูสองนิ้วมาทางนี้แล้วแม่จะเรียกให้ออกมา แต่พอเข้าไปเรียนจริง ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะแกรนท์นี้พอครูให้วิ่งเป็นวงกลมก็วิ่งใหญ่ ครูให้วิ่งถอยหลังก็วิ่งยกใหญ่ หน้าระรื่นชื่นบาน ครูให้ตีลังกา ไต่บาร์ ปาบอล โยนบอล หน้าตามีความสุขสนุกสนานตลอด ยายค่อนว่า แหม ดูซิ หน้าตาไม่เหมือนเวลาเรียนเปียโนเลย แต่สัปดาห์นี้แกรนท์ขยันซ้อมขึ้นมากเมื่อแม่ชวนแกรนท์ร้องเพลงประกอบเวลาเล่นเปียโน แกรนท์คิดเนื้อแปลก ๆ ตลก ๆ ก็เลยซ้อมใหญ่เลยเพราะอยากร้องตลก ๆ อีก วินมานั่งฟังยังชมว่าแกรนท์ร้องเพราะ เสียงเพราะจริง ๆ ร้องไม่มีผิดคีย์ น้ำเสียงกังวาน พอมีคนเชียร์ก็ยิ่งสนุกใหญ่

แกรนท์โหนบาร์เก่งกว่าแกวิน แกวินเดินบนบาลานซ์บีมได้เก่งกว่าแกรนท์ ดูแล้วลูกก็มีพัฒนาการดีภายในหนึ่งชั่วโมง ตอนแรกครูให้โหนบาร์แล้วเอาเท้ายันบนบาร์ ครั้งแรกแกรนท์ก็โหนได้เลย ส่วนแกวินตกตุ้บไม่เป็นท่า พอเกือบหมดชั่วโมงแกวินก็ทำได้ ส่วนแกรนท์ไปถึงขึ้นโหนตีลังกากลับหลัง

แกวินตั้งใจเรียน ครูสอนอะไรตั้งใจฟังตาแป๋ว ส่วนแกรนท์หันไปหันมาแล้วก็หันไปคุยกับเด็กคนอื่น หลังจากเรียนจบ เด็ก ๆ หิวมาก สนุกมาก โม้กันลั่นว่า โอ๊ย ง่าย อะไรที่ครูบอกให้ทำเราทำครั้งแรกก็ทำได้แล้ว โม้จริง ๆ ก็แม่เห็น ๆ อยู่ว่าทำครั้งแรกตกตุ้บ เด็ก ๆ ถามว่าพรุ่งนี้จะมาเรียนอีกไหม แต่แม่บอกว่ามาแค่อาทิตย์ละวัน แหม ลูก แค่นี้แม่ก็กระเป๋าเบา ค่าเรียนยิมอาทิตย์ละหนทั้งเก้าเดือนแพงกว่าไอแพดเครื่องใหม่สองเครื่องของลูก ๆ อีก

กลับบ้านมาเด็ก ๆ มาเล่นไอแพดแอร์สองของตัวเอง พ่อให้แม่ซื้อให้คนละเครื่อง จะได้เลิกมาหยิบไอแพดรุ่นเก่าของพ่อ แม่ ยายมาใช้ซะที ป้าเจี๊ยบรอรับไอแพดสามต่อจากหลานได้

เด็ก ๆ ภูมิใจกับไอแพดของตัวเองมาก ภูมิใจที่ได้เลือกปลอกเอง เป็นปลอกสีดำ เราว่าไม่เห็นสวยเลย ปลอกสีฟ้า สีแดง ยังจะสวยกว่า แต่เด็ก ๆ ยืนยันว่าจะเอาสีดำ เด็ก ๆ คงไม่อยากใส่ปลอกสีสดใสเหมือนเด็กเล็ก ๆ อีกแล้ว อยากใส่ปลอกสีเข้ม ๆ ขรึม ๆ แบบผู้ใหญ่ เด็ก ๆ อยากเป็นเด็กโต อยากเป็นผู้ใหญ่

วันพฤหัสมีช่างมาซ่อมเพดาน หลังจากวันก่อนช่างบริษัทนี้มาซ่อมพัดลมที่อยู่ใต้หลังคาแล้วทำเพดานเป็นรอย บ้านจัดสรรนี่น่าเบื่อตรงทำแบบลวก ๆ พอเข้าปีที่เจ็ดทุกอย่างเริ่มเสีย นั่นเสียนี่เสีย ช่างซ่อมเพดานเสร็จแล้วเราก็ชี้ไปที่รูผนังตรงประตูว่าซ่อมรูนี้ด้วยคิดเท่าไหร่ ช่างบอกว่าสี่สิบ ก็เลยให้เขาซ่อมต่อไปด้วย เขาคงบอกราคาผ่านแต่เราไม่ได้ต่อ เพราะตอนที่ซ่อมรูแล้วรอแห้งเขาก็แต้มป้ายโน่นนี่ที่ผนังจุดอื่นที่เป็นรอยให้ใหญ่เลย เราบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวมันก็เป็นรอยอีก ฝรั่งเขามีคติว่า รอลูกโตกับหมาตายค่อยซ่อมทีเดียว

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Coop Coup

กลางวันนี้ต้องมีประชุมสหกรณ์บ้านเรียน นัดประชุมหลักสูตร ที่จริงมีแม่อังกฤษยิวจอมเยอะเขียนหลักสูตรมาแล้วหมดทั้งปี แต่ละอันน่าสนใจ เรียนเรื่อง ออสเตรเลีย แอฟริกา อินเดีย ภควัตคีตา ศาสนาพุทธ อียิปต์ ฯ ล ฯ แต่ละอัน เอ่อ น่าสนใจมากสำหรับเรา แต่ลูกหกขวบคงจะสนหรอกนะ

ตอนเช้าเงาะส่งไลน์มาถามว่า จะมามั้ยพี่ เราบอกว่า ไม่ ชีวิตเราเหลือน้อยเกินกว่าจะทำมารยาทดีกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วย

ตกลงไม่ไปกันทั้งสองคน ส่วนโบว์เล่นฉากหลบว่าไม่ว่าง โบว์กะเงาะลำบากหน่อยเพราะอยู่บ้านใกล้แชซ แล้วแชซสนิทกับฮอลลี่จอมเยอะ เยอะขนาดเวลาเขียนอีเมล์ เธอต้องใส่ signature ว่า ชื่อ สกุล, MBA

ต้องมีเอ็มบีเอต่อท้าย มีทำไม ต่อให้ต่อท้ายด้วย M.D., Ph.D. ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกต่างไปจากจบ ป สี่ ถ้าเราต้องการใบประกาศนียบัตรเราไม่โฮมสกูลให้เหนื่อยตัวเอง

บอกเงาะว่าเราเอามั่งมะ เดี๋ยวใส่ต่อท้ายว่า MBS, Masters of BullShit

เลยต้องหลบมาตั้งโคออปกันเอง หาสมาชิกใหม่ ปฏิวัติจากโคออปอันนี้ที่เราไม่ถูกใจ

ตกลงเราสองคนพาลูกไปเล่นที่แม็คโดนัลด์ วันนี้มีเด็กเยอะเพราะฝนตกทั้งวัน เด็ก ๆ หลายอายุ หลายผิว เล่นกันสนุกสนาน ไม่เห็นต้องแบ่งว่าอายุเท่าไหร่ เล่น Ring around the roses หมุน ๆ กัน บางทีก็ล้มก่อนเพลงจบ น่ารักดี เด็ก ๆ ที่บ้านไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนในชีวิต แต่มองเขาทีเดียวก็เข้าใจ รู้จักเข้าไปร่วมวงได้ทันที ร้องเพลงตามเขาได้ทันที ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญคะยั้นคะยอว่าไปเล่นกับเขาสิ โน่นนี่ ถึงเวลา มีความพร้อม เขาไปเอง

รู้สึกได้เลยว่าลูกเราพัฒนาขึ้นมาจากปีที่แล้วมาก จากที่เล่นกับเด็กอื่นได้ทีละกลุ่มเล็กก็เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น เล่นกับเด็กได้หลายวัย ทั้งกับเด็กหญิงเด็กชาย

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Bring Taiwan Here

ดีใจโลดมหาศาลอีกแล้ว หลังจากคุยกะครูภาษาจีนของลูกแล้วครูบอกว่าไม่ต้องเรียนคลาส สอนเดี่ยวครอบครัวเดียวก็ได้ ครูรับสอนที่ Tzu Chi ปีการศึกษานี้ แล้วครูคิดว่าจะให้พ่อแม่เข้าไปร่วมเรียนด้วย เราบอกว่า อุ๊ย นี่เลย คลาสในฝัน แต่วันนี้คุยกะครูแล้วครูบอกว่าครูใหญ่บอกว่าจะวุ่นวาย ก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่บอกว่างั้นขอให้ห้องเรียนมี room mother แบบที่โรงเรียนธรรมดาเขาก็มีอยู่แล้ว เป็นอาสาสมัครที่เข้าไปเป็นผู้ช่วยครู หยิบโน่นเช็ดนี่ จูงเด็กไปห้องน้ำ รอที่หน้าห้องน้ำ ถ้าเด็กปวดอึก็อาจจะเช็ดก้น ฯ ล ฯ

ครูคนนี้เป็นเพื่อนกับครูเปียโนของเรา ครูเปียโนเป็นคนแนะนำให้รู้จักกันเพราะดูว่าความสนใจตรงกัน เพื่อนของเพื่อนพูดอะไรกันย่อมง่ายดาย ครูจะสอนคลาสเด็ก pre-K แต่ลูกเราหกขวบแล้ว จริง ๆ ต้อง ป หนึ่ง หรืออย่างน้อยก็อนุบาล แต่ครูบอกว่าไม่เป็นไร ไปลงทะเบียนว่าเรียนชั้นอนุบาล แต่เอาจริงทำเนียน ๆ มาเข้าคลาสฉันได้เลย ครูใหญ่โอเค เราบอกว่าพ่อแม่คนอื่นเขาอาจจะไม่อยากมาเรียนพร้อมลูกเพราะนี่เป็นเวลาเดียวที่เขาจะไปทำธุระซื้อกับข้าว โน่นนี่ โดยไม่มีลูกมากวน แต่ถ้าแม่คนอื่นที่เขาว่าง จะช่วยกันมาเป็น room mother ด้วยก็ได้ เท่าที่เจอมีแค่สองสามแม่เท่านั้นที่อยากมาช่วย

ครูคนนี้เป็นฝรั่งแต่พูดจีนเก่ง อยู่ไต้หวันตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าจริง ๆ เคยอยู่เมืองไทยด้วยนะตอนแปดขวบ ตอนนั้นพูดไทยได้แล้วแต่ลืมไปเยอะ เราบอกว่า ดี งั้นมาหัดกับลูกเราสิ ลูกเราพูดคล่องนะ ชัดด้วย

เราบอกว่าเดี๋ยวจะเอาของเล่นไปเองให้เด็ก ๆ เล่นกัน เฉพาะ Duplo ที่เราน่าจะมีเกือบทั้งเมือง เรียกว่าเล่นกันสิบคนไม่ต้องแย่งชิ้นส่วนกันเลยน่ะแหละ แล้วเด็กก็จะได้คุยกันว่าต่ออะไรบ้าง ให้พูดภาษาจีนกัน แบบนี้แหละที่เราคิดว่าเด็กจะอยากมา แล้วก็จำได้ ถ้าบังคับ จำไม่ได้ บังคับซ้อมเปียโนก็มีแต่เสียงโป้งป้าง จิ้มไร้อารมณ์ แต่ถ้าสนุก เสียงจะออกมาเหมือนร้องเพลงไม่ใช่เสียงเหมือนบ่น

ครูถามว่าโรงเรียนนี้บรรยากาศเป็นยังไงเพราะครูเพิ่งมาใหม่ เราบอกว่าเหมือนโรงเรียนเอเชียทั่วไปนะยู แบบว่าเสื้อนี่ต้องตราโรงเรียน แล้วกางเกงก็ต้องสีน้ำเงินเข้มเปี๊ยบเลย ไม่ใช่แบบโรงเรียนแคธอลิคที่ใส่เสื้อโปโลสีอะไรก็ได้

ครูบอกว่า ก็ดีนี่ เด็กจะได้รู้วัฒนธรรมไต้หวันด้วย ว่าเวลาอยู่ไต้หวันเด็กเขาต้องแต่งตัวระเบียบเป๊ะแบบนี้นะ เราก็ว่า เออ จริง ตกลงปีนี้ไม่ต้องไปไต้หวันก็ได้ เพราะเอาไต้หวันมาไว้ที่ฮิวสตันเอง ครูบอกว่าจะสอนแบบไต้หวัน สอน zhuyin ถึงแม้โรงเรียนจะบอกให้สอนแบบ pinyin ก็เหอะ เราก็ว่าดี เด็กจะได้อ่านหนังสือออกทั้งสองแบบ

กับลูกนี่ก็ต้องลองผิดลองถูก ลองผิดไปจนกว่าจะเจอที่ถูก ว่างั้นเหอะ แต่ถ้าอะไรที่ในใจรู้ว่าผิดก็อย่าดันทุรังไป ฟังลูกให้มาก ๆ ฟังคนอื่นให้น้อย ๆ

ว่าแล้วเราเองต้องรีบฟื้นฟูภาษาจีนอย่างด่วน เดี๋ยวเด็กงงแย่ หน้าจีนพูดภาษาฝรั่ง แล้วฝรั่งพูดจีน

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Two Steps Forward

เมื่อวานนี้แกรนท์จูงแม่ไปที่ห้องเก็บของ เอาไฟฉายไปด้วย ปิดประตูห้องเก็บของไม่ให้วินเห็น เอาไฟฉายส่องทำเป็นเหมือนไปถ้ำ นอนคุยกับแม่สักพัก แกรนท์ส่องไฟฉายไปเห็นเลโก้หมากรุกที่แม่เก็บไว้เล่นเองเพราะไม่อยากให้ลูกทำชิ้นส่วนหาย แกรนท์เอาออกมาดู อยากเล่น แม่ถามว่าข้างกล่องเขาเขียนว่าอายุกี่ขวบ แกรนท์บอกว่าเจ็ดขวบขึ้นไป แม่ถามว่าแล้วแกรนท์อายุกี่ขวบ แกรนท์บอกว่าหก แม่ถามว่า แกรนท์บอกแม่ว่าแกรนท์จะทำตัวเหมือนอายุสี่ขวบ แกรนท์ไม่ซ้อมเปียโนเหมือนตอนสี่ขวบ แกรนท์ยังไม่โตพอจะเล่น

แม่หยิบเลโก้เด็กเล็กกว่ามาให้ดู บอกว่าอันนี้สำหรับห้าขวบ เอามั้ย แกรนท์บอกว่าไม่เอา แกรนท์โตแล้ว แล้วแกรนท์ก็เดินไปที่เปียโน ซ้อมเปียโนสิบหน ทั้ง ๆ ที่ปรกติครูบอกว่าซ้อมห้าหน แกรนท์บอกว่าถ้าเจ็ดขวบเขาซ้อมกันสิบหน

บางครั้งต้องยอมถอยเมื่อลูกไม่สบายใจ ไม่พร้อม ไม่อยาก ให้ที่ว่างให้เขาสบายใจก่อน พอเขาสบายใจ อยากทำเอง เราก็ไม่เหนื่อย เราแค่รอจังหวะที่เหมาะสม เมื่อลูกถาม เราให้ แค่นี้เอง

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

Hard at Work

วันนี้ตื่นเช้ามาแกรนท์บอกว่าอยากกลับไปที่มิวเซียมอีก อยากไปเล่นเลโก้แบบใหญ่ยักษ์ที่แกรนท์เพิ่งรู้ว่าเอาล้อมาใส่ทำเป็นรถได้ เมื่อวานมีเด็กคนอื่นทำให้ดู แกรนท์อยากทำอีกแต่เมื่อวานเด็กเยอะต้องแบ่งกัน วันนี้เลยอยากไปทำคนเดียว

รีบกินข้าวเพราะลูกมาเร่งยิก ๆ จัดอาหารเด็กใส่กระติก ไปตั้งแต่เขาเพิ่งเปิดยังไม่มีคน แกรนท์เล่นอยู่พักใหญ่ บางทีก็เล่นกับเด็กคนอื่นถ้ามีคนอื่นมาเล่นด้วย วัยนี้ยังไม่ค่อยมีฟอร์ม เล่นกันได้หมด พอเด็กคนอื่นไปกันหมดก็มีเด็กวัยรุ่นที่เป็นอาสาสมัครมาช่วยดูแลเด็กมาเล่นด้วย อีกหน่อยลูกเราก็คงต้องทำงานแบบนี้เอาไว้ไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัย วันนี้มีอาสาสมัครที่ดูเล่นกับเด็กเก่งหน่อยมาช่วยแกรนท์ทำบ้าน พอเสร็จแล้วมีเด็กผู้ชายท่าทางเรียบร้อยมากับแม่ เดินมาถามว่า Can I play in your house? เด็ก ๆ บอกว่า ได้ แล้วเด็กผู้ชายคนนั้นก็ถามอย่างเรียบร้อยว่า Can I destroy it? แม่เขารีบบอกว่า ไม่ได้ แต่เราถามลูกว่าได้มั้ย ลูกบอกว่า ได้

โชคดีมีกลุ่ม Summer Camp มาตอนสิบเอ็ดโมง ทำให้มีข้ออ้างออกไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่ ปรกติเขาไม่ให้เข้า ๆ ออก ๆ แต่เวลามีกลุ่มโรงเรียนหรือมีแคมป์เขาจะให้เราออกไปก่อนแล้วค่อยเข้ามาใหม่ตอนกลุ่มนักเรียนไปแล้ว

ลงไปกินกลางวันแบบเร็ว ๆ แล้วกลับมาเล่นต่อ เกือบสองโมงบอกลูกว่ากลับบ้านเหอะ แกรนท์มาถึงบ้านหลับเลย วินเลยขอไปซื้อมะเขือเทศกับแม่คนเดียว ตอนนี้วินชอบกินน้ำส้มตำที่ยายทำ เอามาราดไก่ย่างแทนน้ำจิ้มไก่ กินกับข้าวมัน ยายบอกว่าไทยเหลือเกิน แต่กินกับชาเขียวแบบไม่ใส่น้ำตาล เลยไม่รู้ว่าชาติไหนแน่ รู้แต่ว่ารสนิยมวิไลมาก ชาเขียวอเมริกันเธอไม่กิน ต้องชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ สั่งมาจากญี่ปุ่นจริง ๆ

ซื้อข้าวโพดกลับมาด้วยสามฝัก ปรากฎว่าอร่อยมากจนยายบอกว่าให้ไปซื้อมาอีก เลยต้องบึ่งรถกลับไปซื้อมาอีกเพราะถ้ากินอร่อยวันนี้ต้องรีบกลับไปซื้ออีก ไม่งั้นพรุ่งนี้อาจจะมาจากไร่อื่นไม่อร่อยแล้ว วันนี้แต่ละฝักใหญ่กว่าแขนเรา ใหญ่จนเลือกไม่ถูก สวยไปหมดทุกฝัก ข้าวโพดปลูกแถวนี้เองสดมาก ๆ เหมือนว่าเพิ่งตัดมาเมื่อเช้านี้เอง

ตอนค่ำโจกลับบ้านมาสองทุ่ม ตอนแรกนึกว่ากินข้าวเย็นมาแล้ว แต่เขาบอกว่ายังไม่ได้กิน ยายเลยคุ้ยเอาข้าวผัดที่เหลือจากเย็นวันจันทร์มาเสนอว่ากินมั้ย โจก็ว่าดี อยากกิน แล้วกินข้าวโพดเย็น ๆ ไปสองฝัก บอกว่าไม่ต้องอุ่น คนโอไฮโอกินข้าวโพดสด ๆ จากไร่เป็นประจำ ท่าทางหิวโหยจนยายสงสาร ที่บ้านนี้ไม่รู้เป็นไง งานแต่งงานไม่ค่อยได้ไปหรอก แต่พอเขาหย่ากันไม่มีที่ไปก็มาบ้านนี้กันหมด

วินสนใจเรื่องโจมาก ถามว่าทำไมโจถึงจน พ่อบอกว่าเมียโจขอหย่าแล้วเอาไปหมด ให้ลูกจำไว้ ถ้ากลับบ้านมาให้บอกเมียว่า เมียสวย เมียดี เมียน่ารัก เมียจะได้ไม่ขอหย่า แล้วจะได้ไม่จนเหมือนโจ

วินคิดสักพักบอกว่า อย่างนี้เอาผู้ชายเป็นเมียได้ไหม เวลาหย่าจะได้ไม่เสียตังค์

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น